คุณหนูครับ มีรักมาเสิร์ฟ (LADY CASTLE)

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับ ผลงานซีรีส์ชุด รักวุ่นวายของเจ้าชายกาแฟ (COFFEE PRINCE) และ เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา (PRINCESS HOURS) ช่อง 7 สี นำผลงานของนางเอกสาวแถวหน้าของเกาหลี ยุน อึนเฮ กลับมาให้แฟนคลับได้หายนึกถึงกันอีกทีกับซีรีส์แนว โรแมนติก คอเมดี คุณหนูครับ มีรักมาเสิร์ฟ (LADY CASTLE) ในบท คัง เฮนา คุณหนูไฮโซเอาแต่ใจ ที่ใช้ชีวิตเช่นเดียวกันกับเจ้าหญิง แต่ดันมีเหตุให้ต้องมาพัวพันกับพ่อบ้านชายหนุ่มโลโซผู้แสนดี ซอ ดงชัน ที่รับบทโดย ยุน ซังฮยอน ดาราหนังชื่อดังที่มีดีกรีเป็นถึงนายแบบและนักร้อง แถมยังมี ลี แทยุน ทนายชายหนุ่ม ผู้เพียบพร้อม รับบทโดย จอง อิววู ผู้แสดงชายหนุ่มหน้าใส เรื่องราวความรักวุ่นๆ ระหว่างสาวไฮโซจอมเหวี่ยงกับพ่อบ้านชายหนุ่มจอมป่วนจึงเกิดขึ้น พร้อมเสิร์ฟความสนุกให้คุณผู้ชมกันอีกรอบ ในโปรแกรมเด็ดภาคดึก ทุกคืนวันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 03.35 น. เริ่มตอนแรก วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม 2555 นี้ ทางช่อง 7 สี

เรื่องย่อ

คัง เฮนา คุณหนูไฮโซ ผู้สืบสกุลผู้สืบทอดธุรกิจแต่เพียงคนเดียวของคังซันกรุ๊ป พ่อแม่ของคุณเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือบินตก คุณถูกเลี้ยงดูโดยคุณปู่ที่เข้มงวด คุณมีทุกอย่างที่บริบูรณ์แบบ แต่มีนิสัยเอาแต่ใจ ไม่ยอมทำงาน เย่อหยิ่ง จนเป็นที่หนักใจของคุณปู่เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุบังเอิญ คัง เฮนา มีเรื่องสมุทราะกับ ซอ ดงชัน ชายชายหนุ่มโลโซที่มีฐานะไม่ค่อยจะดีนัก จากอุบัติเหตุบนถนน แต่เขาไม่ยอมลงให้กับนิสัยเอาแต่ใจของ คัง เฮนา เหมือนคนอื่น จึงทำให้เกิดเหตุจน คัง เฮนา ต้องบำเพ็ญประโยชน์เพื่อให้สังคมคุณจึงเจ็บแค้น ซอ ดงชัน มาก เมื่อได้พบเขาอีกที คุณจึงแกล้งเขาจนถูกตำรวจจับ ซอ ดงชัน จึงบุกมาอาละวาดคุณถึงบ้าน จนทำให้เขาได้พบกับคุณปู่ของ คัง เฮนา ท่านชอบใจที่ ซอ ดงชัน คิดจะดัดนิสัย คัง เฮนา จึงจ้าง ซอ ดงซัน มาเป็นพ่อบ้านแทนพ่อบ้านคนเก่าที่ออกไป

เฮนา ไม่พอใจที่ ดงชัน มาเป็นพ่อบ้านส่วนตัว คุณจึงแกล้งเขาสารพัดแต่ ดงชัน ก็เอาตัวรอดได้ทุกครั้ง วันหนึ่ง เฮนา ไปเที่ยวสนามม้าทำให้คุณได้พบกับ ลี แทยุน ชายชายหนุ่มที่เหมือนคนรักเก่าของคุณมาก ดงชัน ได้เห็นความอ่อนแอ และความน่าสงสารของ เฮนา จนตกหลุมรักคุณ ส่วน เฮนา กลับรู้สึกสนใจ แทยุน แล้ว เฮนา ก็มีโอกาสได้พบกับ แทยุน อีกรอบเมื่อเขานัดดูตัวกับคุณ แทยุน พยายามหาโอกาสพบกับคุณปู่ของ เฮนา เพื่อให้อ้อนวอนเรื่องโครงงานสนามกอล์ฟของคุณปู่ที่ไปบุกรุกแหล่งวัถตุโบราณ การได้พบกันโดยบังเอิญทำให้ คุณปู่ และ แทยุน สนใจกัน แต่คุณปู่กลับไม่ชอบ แทยุนนักเพราะเขาเป็นลูกชายของยูซังกรุ๊ปซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่ง

อึยจู เพื่อให้นสาวคนสนิทของ ดงชัน ทำงานให้คังซันกรุ๊ป และต้องคอยรับใช้ คังซูอา บุตรสาวของ ผอ.คัง อาของ เฮนา สองคนพ่อลูกคอยหาทางที่จะแย่งตำแหน่งผู้สืบสกุลคังซันกรุ๊ปไปจากเฮนา ซูอา แอบชอบ แทยุน คุณจึงใช้ อึยจู ให้คอยช่วยคุณจีบ แทยุน จนเป็นเหตุให้ อึยจู ได้พบกับ แทยุน บ่อย ๆ แต่ อึยจู กลับพยายามช่วยให้ แทยุน ลงเอยกับ เฮนา เพราะ อึยจู แอบชอบ ดงชัน และคิดว่า ดงชัน หลงรัก เฮนา ส่วน แทยุน เองก็รู้สึกถึงความเกี่ยวพันพิเศษระหว่าง เฮนา กับ ดงชัน เช่นกัน เพราะทั้งสองใกล้ชิดและห่วงใยกันไม่ต่างจากคนรัก ทำให้แทยุนหึงทั้งคู่อยู่บ่อย ๆ

ดงชัน พยายามปิดบังเจตนาที่แท้จริงเรื่องการเข้าไปทำงานที่บ้านของ เฮนา เพราะเหตุว่าในตอนแรกเขาต้องการใช้เสน่ห์หลอกเงิน เฮนา เพื่อให้มาใช้หนี้นอกSystemก้อนโต แต่แปลงเป็นว่าเขากลับหลงรักคุณเข้าจริงๆ แล้วคุณก็ไว้ใจเขาทุกอย่าง ทำให้เขารู้สึกผิดและตัดสินใจลาออกจากการเป็นพ่อบ้าน เฮนา เสียใจมาก แต่พอปู่ของ เฮนา ล้มป่วย ดงชัน จึงยอมกลับมาทำหน้าที่พ่อบ้านอีกที แต่การกลับมาคราวนี้ทำให้ เฮนา รู้ว่า ดงชัน เผ่านาทำงานเป็นพ่อบ้านเพราะต้องการหลอกเงินคุณ และเขายังเคยเป็นผู้ชายทำงานบาร์ คุณจึงผิดหวังในตัว ดงชัน มาก จนแสดงท่าทีเย็นชาใส่เขา จน อึยจู ต้องเล่าความจริงให้ เฮนา ฟังถึงความจำเป็นที่ ดงชัน ต้องทำเช่นนั้น เฮนา จึงเข้าใจและคืนดีกับ ดงชัน ในที่สุด

เพราะ อึยจู หึง เฮนา กับ ดงชัน คุณจึงบอกความลับเรื่อง ดงชัน หลงรัก เฮนา และเข้าไปหลอกเงิน เฮนา ให้ แทยุน รู้ ทำให้ แทยุน โกรธ และมีเรื่องชกต่อยกับ ดงชัน แทยุน พยายามเร่งวันเพื่อให้จะแต่งงานกับ เฮนา ให้เร็วขึ้นแต่ เฮนา กลับอึดอัดเพราะคุณเริ่มคิดว่าคุณหลงรัก ดงชัน เข้าให้แล้ว ดงชัน เลิกเป็นพ่อบ้านให้ เฮนา แล้วไปช่วยงานร้านดอกไม้ที่บ้านของ อึยจู อยู่มาวันหนึ่ง เฮนา ทำงานพลาดจนเกิดเหตุ ทำให้คุณปู่โกรธและไล่ออกจากบ้าน คุณไม่มีที่ไป คนแรกที่คุณนึกถึงคือ ดงชัน เขาจึงพา เฮนา มาอยู่บ้านด้วยและช่วยดูแลคุณตามคำขอร้องของคุณปู่ที่ตั้งมั่นไล่ เฮนา ออกจากบ้านเพื่อให้จะให้คุณได้เรียนรู้ชีวิต เผื่อวันข้างหน้าคุณปู่จากไป คุณจะได้ดูแลตัวเองได้ ซึ่งการออกมาใช้ชีวิตข้างนอกทำให้ เฮนา เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทำงานหาเงินเองได้ นิสัยเปลี่ยนไป รู้จักเห็นอกเห็นใจ เข้าใจคนอื่น และที่สำคัญคุณ และ ดงชัน เปิดใจรักกัน แต่โชคชะตากลับไม่เป็นใจเมื่อ เฮนา ได้รับอนุญาตจากคุณปู่ให้กลับบ้าน การแอบคบกันระหว่าง ดงชัน และ เฮนา จึงแปลงเป็นเรื่องยากและยากมากขึ้นเมื่อ ผอ.คัง อาของเฮนา ส่งคนตามถ่ายภาพความเกี่ยวเนื่องของสองคนและลงข่าวเสียหายว่า เฮนา หญิงสูงศักดิ์รักกับพ่อบ้านที่เคยทำงานบาร์ ทำให้ เฮนา พา ดงชัน หนีไป แต่ ดงชัน ก็พาคุณกลับมาพบคุณปู่ในที่สุด เพื่อให้ขออนุญาตให้พวกเขาคบกัน คุณปู่ต้องการสร้างภาพและกอบกู้ชื่อเสียงให้ เฮนา จึงยอมให้ทั้งสองคบกันก่อนจะคิดแผนพรากให้สองคนนั้นแยกจากกันในภายหลัง แต่คุณปู่มีอาการป่วยกำเริบเสียก่อน ทำให้ในที่สุด เฮนา ต้องเลิกกับ ดงชัน เพราะต้องดูแล คังซันกรุ๊ปตามคำสั่งคุณปู่ ….

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า ตอนที่ 6

ตอนที่แล้วจบลงตรงที่แทกิลรู้สึกตัวว่าหลงกลแทฮาเลยย้อนกลับมาที่โรงเตี๊ยม เมื่อคิดว่าม้าหายไปเขาก็เอาหูแนบพื้นเพื่อให้ฟังดูว่าแทฮามุ่งหน้าไปทางไหน พอรู้ว่าม้ากำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเขาก็ออกตามล่าทันที…

 

แทฮารู้ว่าถ้าขี่ม้าหลบหนีคงถูกกลุ่มแทกิลตามตัวได้ไม่ยาก เลยไล่ม้าให้วิ่งออกไปตัวเปล่าเพื่อให้หลอกให้แทกิลตามไปผิดทางอีกที จากนั้นเขาก็พาเฮวอนหลบหนีขึ้นไปบนภูเขาเพราะรู้ว่าผ่านเขาแล้วจะมีทางเชื่อมต่อไปยังจุดต่างๆ อย่างมาก ซึ่งจะทำให้ยากแก่การตามหา (ในตอนนี้แทฮาคว้ามือเฮวอนแล้วพาหนีขึ้นเขา โดยไม่ยื่นผ้าให้จับเหมือนตอนที่ผ่านมา แต่หนีไปได้สักพักเฮวอนก็รีบดึงมือออก แทฮาเลยหน้าเจื่อนไปครู่หนึ่ง)

หลังจากแทกิลย้อนกลับมาที่โรงเตี๊ยมเขาก็ก้มลงเอาหูแนบพื้นเพื่อให้ฟังเสียงฝีเท้าม้า ทำให้รู้ว่าม้ากำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก เขารีบออกติดตามม้าตัวดังกล่าวข้างต้นทันที พอเห็นม้าวิ่งมาตามลำพังเขาก็รู้สึกตัวว่าหลงกลแทฮาอีกที จึงส่งสัญญาณบอกเชและวังซอน

 

หลังล่อแทกิลให้ไปผิดทางแล้ว แทฮาก็บอกเฮวอนว่า ทั้งเขาและคุณกำลังถูกตามล่าด้วยกันทั้งคู่ (ก่อนหน้านี้แทฮาเคยบอกเฮวอนว่า คุณคือคนที่โดนตามล่า…ไม่ใช่เขา) เฮวอนสงสัยว่าทำไมถึงมีคนต้องการตัวแทฮา เลยถามว่าทำไมเขาต้องหลบหนี แทฮาบ่ายเบี่ยงด้วยการชวนให้รีบหนีต่อ แต่เฮวอนคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ แทฮาเลยตัดบทด้วยการเอ๋ยถึงแผนหลบหนีจากนั้นก็จับมือเฮวอน เฮวอนแสดงทีท่าขัดขืน (เพราะไม่อยากให้ถูกเนื้อต้องตัว และยังไม่ได้รับคำตอบ) แต่กลับถูกแทฮาฉุดข้อมือให้ลุกขึ้นเดิน

หลังโดนหลอก 2 ครั้งติดๆ แทกิลจึงตัดสินใจว่าจะไม่ออกไล่ล่าแทฮาบนภูเขา เชกลัวว่าถ้าปล่อยให้แทฮาหลุดไปได้คราวนี้จะยิ่งจับตัวยาก แต่แทกิลรู้ว่ายิ่งตามล่าตอนนี้จะยิ่งโดนหลอกให้เสียเวลา เลยบอกให้ทุกคนทานข้าวให้อิ่มก่อน เพราะทัพเดินได้ด้วยท้อง จากนั้นก็เรียกเจ้าของโรงเตี๊ยมมาดูรูปเฮวอนแล้วถามว่าเคยเห็นหน้าคุณไหม เมื่อเจ้าของโรงเตี๊ยมบอกว่าไม่เคยเห็น แทกิลก็ถามต่อว่ารู้จักผู้หญิงที่มีตำหนิรอบๆหน้าอกหรือเปล่า (ซึ่งเป็นการทำตามสัญญาว่าจะช่วยตามหาแม่ให้ซอลฮวา แต่ซอลฮวากลับมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก)

 

ระหว่างหลบหนีเฮวอนยังเพียรถามแทฮาว่าทำไมเขาถึงโดนตามล่า แทฮาตอบว่ามีคนตามล่าตัวเขาก็จริง แต่เขาไม่ได้กำลังหลบหนี เฮวอนไม่พอใจในคำตอบจึงพยายามคาดคั้น เมื่อถูกถามว่ากลุ่มคนที่กำลังไล่ล่าทั้งคู่เป็นใคร แทฮาจึงตอบว่าเป็นกลุ่ม “นักล่าทาส” เฮวอนอึ้งไปชั่วครู่แล้วพูดว่า นักล่าทาสไม่น่ามาตามจับตัวคุณ เพราะคุณ ‘ไม่ใช่ทาส’ ส่วนแทฮาเองก็ปฏิเสธว่า เขา ‘ไม่ใช่ทาส’ เหมือนกัน

* แม้ทั้งคู่ต่างปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้เป็นทาส แต่ความจริงเฮวอน คือ อดีตทาสสาวออนยอน ที่ใช้ชีวิตในฐานะคุณหนูเฮวอนมานานนับสิบปี (แต่ใจยังกลายเป็นทาสของอดีตที่เศร้าโศกสมัยเมื่อครั้งที่ยังเป็นทาส) ขณะที่แทฮานั้น อดีตเคยเป็นไท ต่อมาจึงถูกกลั่นแกล้งป้ายความผิดจนเปลี่ยนเป็นทาส (แต่ใจของเขาไม่เคยคิดและไม่มีวันยอมรับว่าตนเป็นทาสใคร)

เมื่อรู้ว่ากำลังถูกกลุ่มนักล่าทาสตามตัว เฮวอนจึงไม่ขอเดินทางร่วมกับแทฮาอีกต่อไป แทฮาไม่ยอมปล่อยให้คุณหนีไปตามลำพัง โดยอ้างว่า 1. เฮวอนไม่มีที่ไป (อย่างน้อยคุณก็น่าจะตามเขาไปที่เกาะชงจูก่อนแล้วค่อยแยกทางกัน) 2. คุณรู้ว่าเขากำลังจะมุ่งหน้าไปยังเกาะชงจู (แทฮารู้ว่ายังไงคุณก็ถูกจับแน่ และจะถูกทรมานอย่างหนักจนรับยอมรับว่าเขาอยู่ที่ไหน) เมื่อจำนนต่อเหตุผล เฮวอนจึงถามย้ำอีกทีว่าเขาเป็นทาสหลบหนีไหม แทฮาปฏิเสธหนักแน่นว่าไม่ใช่ เฮวอนจึงยอมหนีไปที่เกาะชงจูกับเขาก่อนแล้วค่อยทางใครทางมัน โดยบอกว่าเมื่อถึงเวลานั้นคุณจะไม่รับฟังข้ออ้างอะไรก็แล้วแต่จากเขาอีก

 

เมื่อมองว่าการตามรอยแทฮาไม่ใช่เรื่องง่าย กลุ่มแทกิลจึงพยายามสืบหาข้อมูลว่าแทฮากำลังมุ่งหน้าไปที่ใด พวกเขาตัดสินใจไปค้นข้อมูลเกี่ยวกับอดีตของแทฮาที่ห้องสมุดประจำท้องถิ่น เพื่อให้อ่านบันทึกหรือจดหมายเหตุของทางการ (ปกติแล้วจะมีแต่พวกบัณฑิตที่เผ่านายืมหนังสือ) และเพื่อให้ให้การค้นหาข้อมูลสะดวกขึ้น แทกิลและวังซอนจึงร่วมมือกันหลอกเจ้าหน้าที่ประจำห้องสมุดว่าเป็นคนของศาลไต่สวน ทั้งยังสั่งให้เขาคอยดูแลไม่ให้มีใครเผ่านารบกวน ซอลฮวาได้ทีเลยสั่งให้เขาหาอาหารว่างและน้ำชามาให้ แทกิลกลัวเสียแผนเลยแก้ต่างว่าคุณเป็น ‘ทาโม’ (เจ้าหน้าที่หญิงของโชซอนที่รับผิดชอบดูแลงานของผู้หญิง ในที่นี้อาจหมายความว่างานเสิร์ฟน้ำชาและอาหารว่าง)

อภินิหารแหวนครองพิภพ (The Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring)

อภินิหารแหวนครองพิภพ (อังกฤษ: The Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring) เป็นภาพยนตร์แนวมหากาพย์แฟนตาซีผจญภัย ฉายเมื่อปี ค.ศ. 2001 กำกับโดย ปีเตอร์ แจ็กสัน ดัดแปลงจากนวนิยายเล่มแรกของ เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกใน เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ไตรภาค ให้การสร้างโดย แบร์รี เอ็ม. ออสบอร์น, แจ็กสัน, ฟราน วอลช์และทิม แซนเดอร์ส เขียนบทโดย วอลช์, ฟิลิปปา โบเยนส์และแจ็กสัน ภาพยนตร์ประกอบด้วยผู้แสดงนำจำนวนมาก ได้แก่ เอไลจาห์ วูด, เอียน แม็กเคลเลน, ลิฟ ไทเลอร์, วิกโก มอร์เทนเซน, ฌอน แอสติน, เคต แบลนเชตต์, จอห์น ริส-เดวีส์, บิลลี บอยด์, โดมินิก โมนาแฮน, ออร์แลนโด บลูม, คริสโตเฟอร์ ลี, ฮิวโก วีฟวิง, ฌอน บีน, เอียน โฮล์มและแอนดี เซอร์กิส ภาพยนตร์ตามมาด้วย ศึกหอคอยคู่กู้พิภพ (2002) และ มหาสงครามชิงพิภพ (2003)

ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องใน มิดเดิลเอิร์ธ เล่าเรื่องราวของลอร์ดมืด เซารอน ผู้แสวงหา เอกธำมรงค์ แหวนนั้นได้พบหาทางไปสู่ฮอบบิทชายหนุ่ม ชื่อว่า โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ ชะตากรรมของมิดเดิลเอิร์ธนั้นแขวนอยู่กับโพรโดและเพื่อให้นร่วมทางอีกแปดคน (ผู้ร่วมกันก่อตั้งเป็น คณะพันธมิตรแห่งแหวน) พวกเขาเริ่มการเดินทางไปยัง เมาท์ดูม ในแดนของ มอร์ดอร์ ซึ่งที่เดียวที่แหวนสามารถถูกทำลาย

อภินิหารแหวนครองพิภพ ได้รับเงินทุนและจัดจำหน่ายโดย นิวไลน์ซินีมา บริษัทสัญชาติอเมริกา แต่ภาพยนตร์ถ่ายทำและตัดต่อทั้งหมดที่ นิวซีแลนด์ บ้านเกิดของแจ็กสัน ถ่ายทำพร้อมกันกับภาพยนตร์อีกสองเรื่องในไตรภาค ภาพยนตร์ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ โอเดียนเลสเตอร์สแควร์ ใน ลอนดอน ช่วงวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 2001 และฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐตอนวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 2001 และในนิวซีแลนด์ช่วงวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2001 ภาพยนตร์ได้รับการยกย่องอย่างมากจากนักวิจารณ์และแฟน ๆ พิจารณาว่าเป็นหลักสำคัญของการสร้างภาพยนตร์และความสำเร็จในภาพยนตร์แนวแฟนตาซี ภาพยนตร์ทำเงิน 887.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก ทำให้เป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดชั้นที่สองในปี ค.ศ. 2001 และเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลชั้นที่ห้า ณ ช่วงเวลาที่ฉาย[5]

อภินิหารแหวนครองพิภพ ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลที่สุดเท่าที่เคยมีมา ภาพยนตร์ได้รับรางวัลจำนวนมาก ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 74 ภาพยนตร์ได้รับการเสนอชื่อในสิบสามสาขา ได้แก่ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม, ผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ของ แม็กเคลเลน, กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม, ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, เพลงต้นฉบับยอดเยี่ยม ของ “เมย์อิตบี” และ เสียงยอดเยี่ยม, ชนะเลิศสี่รางวัล ได้แก่ กำกับภาพยอดเยี่ยม, แต่งหน้าทาปากยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยมและเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม

ในยุคที่สองของมิดเดิลเอิร์ธ ลอร์ดแห่งเอลฟ์, คนแคระและมนุษย์ ได้รับแหวนแห่งอำนาจ โดยพวกเขาไม่รู้ว่า เซารอนได้หลอมเอกธำมรงค์ในเมาท์ดูม ได้ใส่พลังอำนาจของเขาเกือบทั้งหมดลงไปในแหวน เพื่อให้ให้เขามีอำนาจครอบงำแหวนวงอื่น ๆ และจะได้พิชิตมิดเดิลเอิร์ธ พันธมิตรสุดท้ายของมนุษย์และเอลฟ์ ต่อสู้กับกองกำลังของเซารอนใน มอร์ดอร์ อิซิลดูร์แห่งกอนดอร์ ตัดนิ้วของเซารอนที่สวมแหวน ทำให้ร่างกายของเขาถูกทำลาย ยุคที่สามของมิดเดิลเอิร์ธเริ่มหลังเซารอนพ่ายแพ้นัดแรก อิซิลดูร์ ผู้เก็บที่แหวนของเซารอนไว้เป็นของตนเอง อิทธิพลของแหวนเริ่มครอบงำจิตใจของเขา ต่อมา เขาถูกฆ่าโดย ออร์ก และแหวนสูญหายไปในแม่น้ำตรงเวลา 2,500 ปี จนกระทั่งถูกพบและครอบครองโดย กอลลัม ด้วยอิทธิพลของแหวน ทำให้เขามีอายุ 500 ปี ต่อมา แหวนถูกพบโดยฮอบบิท ชื่อ บิลโบ แบ๊กกิ้นส์ โดยที่เขาไม่รู้ประวัติของมัน

หกสิบปีต่อมา บิลโบฉลองวันเกิดครบรอบ 111 ปี ของเขาใน ไชร์ และได้พบกับเพื่อให้นเก่าของเขา แกนดัล์ฟ พ่อมดเทา อีกรอบ บิลโบเปิดเผยว่าเขาตั้งมั่นจะออกจากไชร์ เพื่อให้ไปผจญภัยครั้งสุดท้าย เขาทิ้งมรดกของเขา รวมทั้ง แหวน ให้กับหลานชายของเขา โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ แกนดัล์ฟสืบสวนที่มาแหวน จนศึกษาและทำการค้นพบความจริงของแหวนและรู้ข่าวว่ากอลลัมถูกจับกุมและถูกทรมานโดยออร์กของเซารอน กอลลัมพูดสองคำระหว่างที่เขาถูกทรมาน: “ไชร์” และ “แบ๊กกิ้นส์” แกนดัล์ฟกลับมาและเตือนโฟรโดให้ออกจากไชร์ ในขณะที่โฟรโดและ แซมไวส์ แกมจี เพื่อให้นและคนสวนของเขากำลังเดินทาง แกนดัล์ฟเดินทางไป ไอเซนการ์ด เพื่อให้พบกับ ซารูมาน พ่อมดขาว แต่รู้ว่าเขาได้ร่วมกองกำลังกับเซารอน เขาได้ส่ง นาซกูล ทาสรับใช้ที่ไม่ตายเก้าตนไปตามหาโฟรโด

โฟรโดกับแซม พบกับปิบปินกับแมร์รี เพื่อให้นฮอบบิทของพวกเขา ทั้งสี่คนหลบหนีนาซกูลก่อนที่จะเดินทางมาถึง บรี ที่ซึ่งแกนดัล์ฟได้นัดพบ อย่างไรก็ตาม แกนดัล์ฟ ไม่มาตามนัด เพราะเหตุว่าเขาถูกจับคุมขังโดยซารูมาน เหล่าฮอบบิทได้การช่วยเหลือจากผู้พิทักษ์ไพร ชื่อว่า สไตรเดอร์ โดยเขาสัญญาว่าจะพาพวกเขาไปยัง ริเวนเดลล์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาถูกดักซุ่มโจมตีโดยนาซกูลบนเวเทอร์ท็อป และ วิชคิง ผู้นำของเหล่านาซกูล แทงโฟรโดด้วยดาบมอร์กูล อาร์เวน เอลฟ์และคู่หมั้นของสไตรเดอร์ ช่วยเหลือโฟรโดและเรียกน้ำท่วมเพื่อให้กวาดเหล่านาซกูลออกไป อาร์เวนพาโฟรโดไปริเวนเดลล์และเขาได้รับการรักษา โฟรโดพบกับแกนดัล์ฟ โดยเขาหลบหนีจากไอเซนการ์ดสำเร็จ ด้วยความช่วยเหลือจาก ไกวเฮียร์ พญาอินทรี คืนนั้น สไตรเดอร์พบกับอาร์เวนอีกรอบ และพวกเขาการันตีความรักที่มีต่อกัน ลอร์ด เอลรอนด์ พ่อของอาร์เวน จัดการสัมมนาขึ้นและตัดสินว่าแหวนต้องถูกทำลายในเมาท์ดูม โฟรโดอาสาเป็นคนถือแหวน โดยร่วมเดินทางกับ แกนดัล์ฟ, แซม, แมร์รี, ปิบปิน, เอลฟ์ เลโกลัส, คนแคระ กิมลี, โบโรเมียร์และสไตรเดอร์ ซึ่งแท้จริงแล้ว เขาคือ อารากอร์น ผู้สืบสกุลแห่งอิซิลดูร์และกษัตริย์โดยชอบธรรมแห่งกอนดอร์ บิลโบซึ่งตอนนี้พักอยู่ที่ริเวนเดลล์ ได้ให้ สติง ดาบของเขากับโฟรโด

คณะพันธมิตรแห่งแหวน ออกเดินทางผ่านภูเขาคาราดราส แต่ซารูมานได้เรียกพายุ บังคับให้เหล่าคณะพันธมิตร ต้องเดินทางผ่านเหมืองแห่งมอเรีย หลังพบว่าเหล่าคนแคระแห่งมอเรียถูกฆ่าทั้งหมด คณะพันธมิตรถูกโจมตีโดยออร์กและโทรลถ้ำ พวกเขาต่อสู้และหลบหนีไปได้ แต่เผชิญหน้ากับ หายนะแห่งดูริน, บัลร็อกซึ่งอาศัยอยู่ในเหมือง แกนดัล์ฟทำให้บัลร็อกตกลงไปในเหวอันกว้างใหญ่ แต่มันก็ลากเขาลงไปในความมืดด้วย คณะพันธมิตรเดินทางมาถึง ลอธลอริเอน ปกครองโดยราชินีเอลฟ์ กาลาเดรียล และสามีของคุณ เคเลบอร์น กาลาเดรียลบอกโฟรโดเป็นการส่วนตัวว่า มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถทำภารกิจนี้สำเร็จและหนึ่งในเพื่อให้นของเขาจะพยายามแย่งแหวน ขณะเดียวกัน ซารูมานได้สร้างกองกำลัง อูรุก-ไฮ เพื่อให้ตามล่าและฆ่าคณะพันธมิตร

คณะพันธมิตรเดินทางโดยแม่น้ำไปยัง พาร์ท กาเลน โฟรโดเดินออกไปจากกลุ่มและเผชิญหน้ากับโบโรเมียร์ที่พยายามจะแย่งชิงแหวน คณะพันธมิตรถูกซุ่มโจมตีโดยอูรุก-ไฮ แมร์รีกับปิบปินถูกจับ โบโรเมียร์ถูกรังแกบาดเจ็บสาหัสโดย เลิร์ตซ์ หัวหน้าอูรุก-ไฮ เมื่ออารากอร์นมาถึง เขาฆ่าเลิร์ตซ์และดูโบโรเมียร์เสียชีวิต โฟรโดตัดสินใจเดินทางไปมอร์ดอร์คนเดียว เพราะกลัวว่าแหวนจะครอบงำเพื่อให้นของเขา แต่อนุญาตให้แซมติดตามไปกับเขาด้วย หลังได้ยินสัญญาของแซมเคยให้ไว้กับแกนดัล์ฟ อารากอร์น, เลโกลัสและกิมลี ตัดสินใจไปช่วยเหลือแมร์รีกับปิบปิน

เรื่องBlood The Last Vampire ตอนที่4

Kamui (2009) (ถ่ายทำเสร็จแล้ว)
Blood the Last Vampire (2008)
Always: Sunset on Third Street 2 (2007)
Kitaro (2007)
Genghis Khan: To the Ends of the Earth and Sea (2007)
Always: Sunset on Third Street (2005)
The Last Samurai (2003)
Pulse (2001)
ยาซูอากิ คูราตะ เกิดในปี 1946 โดยมีผลงานทางภาพยนตร์เรื่องแรกในปี 1970 คือเรื่อง Angry Guest อันเป็นภาพยนตร์แอ็กชั่นบู๊ดุเดือดสัญชาติฮ่องกงซึ่งต้องใช้ตัวแสดงเสี่ยงตายแทนอย่างมาก เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งดาราบู๊กังฟูผู้มีชื่อเป็นที่รู้จักทั่วเอเชียในเวลาเดียวกันกับ บรูซ ลี จนในที่สุดดาราหนังทั้งสองก็ผูกมิตรไมตรีแปลงเป็นเพื่อให้นสนิทกัน ครั้งหนึ่งคูราตะให้กระบองคู่เป็นของขวัญแก่ บรูซ ลี ซึ่งลีนำมาใช้แสดงในภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง กระทั่งอาวุธนี้เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก
จวบจนปัจจุบัน คูราตะแสดงภาพยนตร์เอเชียมาแล้วกว่า 100 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ กระทั่งเขาแปลงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในฉายา “มังกรแห่งแดนอาทิตย์อุทัย” หรือ Japanese Dragon
ผู้สร้างภาพยนตร์
คริส นาอง – ผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์
คริส นาอง คือผู้กำกับมิวสิกวิดีโอและโฆษณาชาวฝรั่งเศสซึ่งน่าจับตามองเป็นเป็นอย่างมาก เขาเกิดใน ซัวซี ซูส์ มองโมรองซี ฝรั่งเศส และออกจากบ้านมาตั้งแต่อายุ 15 ปี เพื่อให้เรียนในโรงเรียนศิลปะที่ปารีส ต่อเมื่ออายุ 19 ปี นาองมีผลงานเรื่องแรกในชีวิตเป็นหนังสั้นถ่ายทำด้วยฟิล์มขนาด 35 มม. สองปีต่อมาจึงสร้างสรรค์หนังสั้นเรื่องที่สองขึ้น
พออายุ 25 ปี นาองก็ก่อตั้งบริษัทสร้างภาพยนตร์ของตนขึ้นมาในชื่อ V.A.M.O.S. โดยเขารับหน้าที่คุมงานสร้างพร้อมด้วยกำกับเอง ทั้งโฆษณา มิวสิกวิดีโอ และหนังสั้น หลังจากนั้น V.A.M.O.S. เน้นไปที่กระบวนการหลังการถ่ายทำเสร็จสิ้นเสียเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ตัวนาองเองก็ยังคงสานต่องานด้านกำกับให้กับบริษัทสร้างภาพยนตร์อื่นๆ
จวบจนอายุ 30 ปี นาองจึงเริ่มหันเหมาสู่การเขียนบทภาพยนตร์ รวมทั้งชะลอกิจการภายในบริษัทตัวเองไว้ก่อน หลังจากเสร็จสิ้นงานกำกับหนังสั้นอีกเรื่องหนึ่ง ก็ตัดสินใจทุ่มเทเรี่ยวแรงทั้งหมดให้กับการกำกับภาพยนตร์เรื่องยาว ต่อมาไม่นานนัก ลุค เบซซง ก็เรียกตัวไปกำกับ Kiss of the Dragon นอกจากนี้ เขาเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Skate or Die เสร็จสิ้นในปี 2006 ถ่ายทำในปี 2007 และออกฉายในฝรั่งเศสช่วงเดือนมิถุนายนปี 2008
รายนามผลงานที่เขากำกับฯ
Chasing the Dragon (2009)
Blood the Last Vampire (2008)
Empire of Wolves (2005)
Kiss of the Dragon (2001)

เรื่อง Forgotten (2017) ความทรงจำพิศวง

เราล้วนแต่เป็นเหยื่อ..จากใครล่ะ
เป็นหนังเกาหลีอีกเรื่องที่เผยแพร่ทาง Netflix เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ข่าวเล่าว่า แค่ Netflix เห็นบทร่าง ก็ขอทำสัญญาทันที ก็พอจะการันตีความน่าสนใจได้ระดับนึง
Forgotten เขียนบท และ กำกับโดย ฮันจุงชาง (Han Jun Zhang) เป็นเนื้อเรื่องแนวลึกลับ สยองขวัญ ในกลิ่นอาย เรื่องราวหักมุมแบบเกาหลี บนพื้นฐานของความเกี่ยวข้องคนในครอบครัว ตามเรื่องย่อๆ ดังนี้
จินซอก (คังฮานึล) เด็กนักเรียน ม.ปลายวัย 21 ที่กำลังรักษาอาการจิตหลอน พึ่งย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านใหม่พร้อมครอบครัว ที่เขาพบเสียงแปลกๆ จากห้องที่เจ้าของเดิมปิดไว้ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่กี่คืนต่อมา พี่ชาย ยูซอก (คิมมูยอล) ก็ถูกลักพาตัวไป แล้วเมื่อเขากลับมาเมื่อ 19 วันหลังจากนั้น ยูซอก กลับจำอะไรไม่ได้เลย พร้อมกับพฤติกรรมแปลกๆ ไปจากเดิม ทำให้ จินซอก เองต้องเป็นข้างที่ค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะพบกับความสะพรึงกลัวของเรื่องราวที่ผ่านมา

เรื่องย่อที่แจ้งมา อาจจะทำให้บางคนเลือกที่จะปล่อยผ่านไปก็ได้ เพราะว่ากลิ่นมันจะคุ้นๆ กับหนังหลายๆ เรื่อง แต่ต้องบอกเลยว่า ถ้าดูได้จนจบ จะพบว่าเรื่องนี้มันเยอะมากกว่านั้น
เริ่มจากปมต่างๆ ที่ผู้กำกับได้วางไว้ เริ่มจากฝันร้ายของจินซอก ที่เขาไม่เข้าใจ กับภาพเหตุการณ์ที่เขาเหมือนจะเคยเจอมาแล้ว (เดจาวู) พร้อมกับเสียงที่เขาได้ยินเพียงคนเดียว จนถึงหัวข้อหลักที่พี่ชายโดนจับไป และกลับมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลง จนเมื่อความสงสัยมันเอ่อล้นต่อความจริง ที่คาดไม่ถึง ถึงเรื่องราวในอดีตของเขาและพี่ชาย กลุ่มนี้ พร้อมที่จะพาเรางุนงง และสับสนกับมุมที่หักไปมา จนเดาไม่ได้ว่า เออ.. เรื่องมันจะไปยังไงต่อน้อ
แต่อย่างไรก็ตาม หนังก็ไม่ได้พาเราออกอ่าวไทย ไปถึงอ่าวตังเกี๋ย โดยกลับมาคลายปมต่างๆ ที่ว่าไว้ จนจบทุกปม โดยมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ ทั้งในเรื่อง การสะกดจิต, กลไกการป้องกันตัว และการสืบสวน จนมาถึงจุดจบของโศกนาฏกรรมตัวละคร ที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองได้เลือกทำลงไป
หนังไม่ได้เอ่ยถึงปัญหาในครอบครัวที่เกิดขึ้นจากตัวละครอย่างเดียว แต่หนังจะบอกว่า ไอ้ปัญหาที่ตัวละครคนทุกต่างพบกันมานั้น มันเพราะพิษเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น จากการที่เกาหลีโตเร็วเกินไป ในช่วงเวลานั้น (1997 หรือ 2540 เวลาเดียวกับที่เมืองไทย เราเจอต้มยำกุ้งพอดี) และเพราะการตกต่ำอย่างหักหัวของเศรษฐกิจดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ไม่ปราณี แม้ว่าจะรวยหรือจน นี่คือต้นเหตุหลักๆ นะครับ ซึ่งก็อดนึกถึงหนังอีกเรื่องที่เล่นกับวิกฤตเศรษฐกิจ ที่ฉายก่อนหน้าไม่นาน “เพื่อให้น..ที่ระลึก” ไงครับ ที่เอาผลกระทบตรงนี้มาขยายเป็นเรื่องราวสยองขวัญอีกมุมหนึ่งเช่นกัน
ในความเป็นจริงแล้ว การฟื้นฟูจากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ต้องชื่นชมว่า คนเกาหลีใต้เองก็สามารถรวมพลังกัน กอบกู้ตัวเองจากภาวะวิกฤตได้เร็วมาก โดยเปลี่ยนจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมแบบเก่า (ก่อสร้าง, เหล็ก, ปิโตรเคมี) มาเป็นอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนต์, ไอที, อิเลคทรอนิกส์, เกม ที่ช่วยให้กลับมายิ่งใหญ่จนทุกวันนี้
ครับ เหมือนบทความนี้ มันจะจบนอกเหนือจากหนังว่า คือ ชีวิตคนตัวเล็กๆ จะรอดได้ ก็ขึ้นกับผู้นำประเทศที่ดี

Arang and The Magistrate เรื่องย่อ ตอนที่ 13

“ข้าจะชอบเจ้า อารัง”
“ข้าไม่ได้คิดอย่างเดียวกับท่าน..ดังนั้นท่าน..อย่าทำแบบงี้”
“นั่นเป็นความรู้สึกแท้จริงของเจ้าหรือ”
“ใช่” อารังตอบด้วยความเด็ดเดี่ยวแม้จะขัดกับความรู้สึกของตนก็ตาม
รุ่งขึ้นอึนโอตื่นแต่เช้า แม้เมื่อคืนจะได้นอนน้อยเต็มที เขาเดินผ่านห้องของอารังเห็นนางยังใช้รองเท้าฟางเก่าๆ และออกเดินไปที่ตลาด
อารังตื่นมาไม่พบอึนโอ นางรำพึงกับตัวเองคิดว่าเขาออกไปนับตั้งแต่คืนและยังไม่กลับมา พอดีกับที่อึนโอกลับมาพร้อมรองเท้าคู่ใหม่เขาสวมให้อารังเองกับมือ
“ข้าทนเห็นเจ้าใส่รองเท้าฟางขาดๆ กับชุดสวยๆ ชุดนี้ไม่ได้…ไม่ต้องไม่สบายใจอารัง..ข้าบอกจะเป็นคนส่งเจ้าไปสวรรค์ข้าก็จะทำตามนั้น…เจ้าต้องการจะกินอะไร อยากได้อะไร พี่ชายคนนี้จะเนรมิตให้ทุกอย่าง”
“สิ่งแรก ต้องมีลูกท้อ อย่าได้ขาด”
โซลแดเห็นสองคนกำลังคุยกัน เขาเดินจากไปอย่างงอนๆ
อึนโอไม่ได้ใส่ใจอะไรทั้งสองพากันออกจากจวนไป ก่อนจะทันเห็น ชอยจูวาลเดินเข้าจวนนายอำเภอ

ที่บ้านนางคนทรง นางคนหาตามตำราจนได้รู้ว่ายันต์นั้นมีไว้เพื่่อสร้างที่ปิดสำหรับกั้นไม่ให้ผีเข้าหรือออกรอบๆนั้น อารังนึกถึงถ้ำที่นางพาอึนโอไปหลบเมื่อตอนตกเขา มูยอง(ยมทูต) เอ่ยถึงผีที่นางเจอในถ้ำว่าเป็นผีที่ถูกขังไว้ในที่ดินปิดสำหรับผีซึ่งยมทูตเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีที่ดินอย่างนี้

คนสนิทขุนนางชอยเข้าไปรายงานต่อขุนนางชอย ว่ายังเห็นอารังมีชีวิตอยู่ แม้จะมั่นใจแน่ๆ ว่านางตายแล้วจริงๆ ขุนนางชอย ลองนึกดูก็จำได้ว่า อารังก็คือลีโซริมบุตรสาวนายอำเภอคนก่อนนั่นเอง

ที่จวนนายอำเภอชอยจูวาลเข้าไปยืนเหม่อมองที่ห้องอารังตรงเวลานาน จนขุนนางสามสหายแอบนินทากันว่าชอยจูวาลคงจะหลงรักอารัง ผูหญิงของนายอำเภอเข้าให้แล้ว

อารังเริ่มวิตกกังวลกับความจริงเกี่ยวกับการตายของนาง นางคนทรงบอกว่าถ้าจะเขียนยันต์แก้ คงต้องใช้เวลานาน อึนโอคิดแผนอะไรได้อะไรบางอย่าง
บนสวรรค์ มูยองอาสากับมหาเทพว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้เอง เมื่อเขาเป็นผู้รับใช้สวรรค์แล้วเขาจะตัดความรู้สึกทางโลกให้สิ้น มหาเทพมอบมีดสั้นให้มูยองและบอกว่า คนเดียวที่จะทำได้ต้องมีสายเลือดเดียวกันแค่นั้นจึงมีเพียงมูยองที่จะทำได้ และมีสั้นเล่มนี้ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ยมราชรู้สึกภูมิใจมากที่มูยองเข้มแข็งพอจะอาสาไปจับนางมูยอน(นางแม่มด) ในขณะที่มหาเทพยังทรงไม่ตัดสินใจจะวางใจมูยอง

อึนโอบอกให้อารังรอเขาอยู่ที่นอกบ้านขุนนางชอย ในขณะที่เขาแอบลอบเข้าไปที่บ้านเล็กในสวนไผ่อีกที

อึนโอเข้าไปในห้องของนางแม่มดได้โดยง่ายเพราะนางแม่มดรู้สึกได้ว่าอารังอยู่ใกล้ๆ นางตัดสินใจออกไปเพื่อให้ดูหน้าอารังซักครั้ง
ระหว่างทางนางพบกับมูยอง
“ท่านดูเหมือนเดิมเลย…ข้าดูเปลี่ยนไปนิดหน่อยใช่ม้ย…การอยู่อย่างมนุษย์ก็มีข้อจำกัดจริงมั้ย”
“เจ้าอยากเป็นมนุษย์เพื่อให้มีชีวิตอย่างงี้เหรอ”
“ตอนอยู่บนสวรรค์ท่านน่จะช่วยข้า มหาเทพน่าจะรู้วิธีไม่ใช่เหรอ”
ในอดีตมูยอนอยากเป็นมนุษย์มาก นางแอบใช้ร่างเด็กสาวร่างหนึ่งที่วิญญาณออกจากร่างไปแล้ว มูยองพี่ชายจับนางได้และส่งให้มหาเทพ มหาเทพเฉดหัวไล่นาง และวิญญาณนางต้องสลายไป มูยองคิดว่าแบบนั้นเป็นการดีมากกว่าที่จะให้นางต้องลงนรก แต่สุดท้ายนางกลับมาใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ในอย่างนี้
มูยอนท้าทายให้พี่ชายเอามีดปักที่อกของนาง แต่มูยองกับทำไม่ได้
บนสวรรค์ ยมราชโมโหมากกว่าทุกๆ ครั้งถึงกับทิ้งเบี้ยลงบนบอร์ดและลุกหนีไป

บานเล็กในสวนไผ่ อึนโอโบกพัดหนึ่งครั้ง ประตูลับที่พื้นเปิดออก เข้าลงมาพบห้องลับใต้ดินเต็มไปด้วยไหเล็กๆอย่างมาก เขาพยายามเปิดแต่กลับเปิดไม่ได้ จึงแอบขโมยมาด้วย
ด้านนอกบ้านขุนนางชอย ชอยจูวาลกลับมาพบอารังนั่งอยู่ที่หน้าบ้าน ชอยจูวาลรีบพานางจากไป แต่นางแม่มดกลับเดินมาพบ ด้วยความสะดุ้งชอยจูวาบจับมืออารังไว้และให้นางอยู่ด้านหลังเขา เมื่อนางแม่มดเผ่านาใกล้เขาจับมืออารังแน่นขึ้นอึก
“นี่ใครหรือ” นางแม่มดเอ่ยถาม
“เอ่อ..เป็นคนรู้จักของข้า…ดึกแล้วท่านออกมาทำไมขอรับ”
“มีใครบางคนที่ข้าอยากพบ” นางแม่มดมองอารังด้วยความสนใจ “ข้าคือป้าของจูวาล” นางเอ่ยและเดินเข้าบ้านไป
อารังพยายามปล่อยมือ แต่ชอยจูวาลจับไว้แน่นมาก
“ข้า..ขอโทษนะ ” เข้าปล่อยมือจากอารังเมื่อรู้สึกตัวว่าจับมือนางแน่นจนทำให้นางเจ็บ “ข้า..คงต้องเข้าไปแล้ว”
อึนโอออกมาเข้าเห็นชอยจูวาลจับมืออารัง หลังจากชอยจูวาลเข้าบ้านไปแล้วเขาจึงบอกอารังให้กลับด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีนัก

ชอยจูวาลเข้าห้องมาพบนางแม่มดนั่งรออยู่แล้ว นางรู้สึกพอใจอารังมาก และต่อว่าจูวาลที่เข้าปกปิดไม่พาอารังมาให้นาง นางลำเลิกบุญคุญที่ทำให้เขาอยู่ดีกินดีจนทุกวันนี้

ที่จวนนายอำเภอ อารังจับไหที่อึนโอนำมาด้วย นางคิดว่ามันเย็นแปลกๆ อึนโอบอกว่าคงต้องไปปรึกษากับนางคนทรงว่ามันคืออะไร อึนโอทำท่าจะนอน และมีท่าทีไม่พอใจบางสิ่งบางอย่าง อารังจึงขอตัวออกไป
“อารัง…ที่เจ้าไม่ได้ชอบข้านั้น ข้ายังรับได้ แต่การต้องเห็นเจ้ากับคนอื่นข้ารับไม่ได้จริงๆ”

บนสวรรค์ มูยองขอโอกาสอีกรอบในการจับมุยอน แต่มหาเทพบอกว่าไม่ต้อง ในขณะที่ยมราชยังโมโหและเดินหนีออกไป
“คิมอึนโอมีสิ่งของบางสิ่งที่เหมือนของท่าน เขาเป็นใครขอรับ” มหาเทพไม่ตอบ “เขาคือคนที่จะมาแทนข้าหรือ”
“ใช่”
“ท่านบอกว่าการจะจับมูยอน ต้องมีสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์ของท่าน และต้องมีสายเลือดเดียวกัน คิมอึนโอมีความเกี่ยวพันยังไงกับเรื่องนี้หรือ”
มหาเทพไม่ตอบคำถาม เพียงครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
เช้าวันรุ่งขึ้นอารังมารออึนโอที่หน้าห้องเพื่อให้จะไปหานางคนทรงด้วยกันแต่อึนโอยึนกรานจะไปคนเดียว เขาเอาไหใบนั้นไปให้นางคนทรงดูว่าคืออะไร และย้ำว่าให้รีบหน่อยเพราะเวลาเหลือน้อยแล้ว

ที่จวนนายอำเภอ ขุนนางสามสหายเห็นอารังนั่งเหม่ออยู่คนเดียว พวกเขาพยายามประจบ (เพราะเป็นว่าชอยจูวาลชอบอารัง) โดลแซเดินผ่านมา อารังรีบเข้าไปหา
“ข้าขอโทษ เรื่องนายอำเภอ ข้าเพียงมีเรื่องขอร้องให้เขาช่วย และเขาก็พยายามช่วยข้า”
“นายน้อยไม่ใช่คนที่จะมาช่วยเหลือใครแบบงี้ ข้าถึงได้บอกว่าเขาโดนมนต์” โดลแซเถียง
“โดลแซ อีกไม่นานหรอกข้าก็จะจากไปแล้ว.. ทนอีกไม่นานหรอก ข้าจะคืนนายน้อยให้เจ้าแล้ว” อารังพูดแล้วเดินจากไปเศร้าๆ
อึนโอกลับมาเห็น จึงบอกโดลแซเรื่องอารังคือลีโซริม นางตายแล้วและกลับมาเพื่อให้สะสางเรื่องบางสิ่ง อึนโอยอมรับกับโดลแซ ว่านี่เป็นนัดแรกที่เขาห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง โดลแซบอกว่าเขาจะไม่หยาบคายกับอารังอีก
“..ทำไมรักแรกของนายน้อยต้องเป็นรักที่มีต่อผีด้วยหละ…แล้ว..ที่เขาเห็นผี ..พ่อของเขารู้มั้ยเนียะ..อ่า..งั้นข่าวลือตอนเด็กๆก็เป็นเรื่องจริงนะสิ” โดลแซพึมพำกับตัวเอง

อึนโอสืบเรื่องขุนนางชอยจากสามสหาย ทั้งสามเล่าว่าใครที่ได้มาอยู่บ้านที่ขุนนางชอยอยู่ชอบร่ำรวยมีวาสนาดีเสมอ และเล่าอีกว่าขุนนางชอยถูกปลดจากราชการมาอยู่ที่นี่ก็เป็นเพราะพ่อของคิมอึนโอ

ชอยจูวาลเครียดเรื่องอารังมากแม้ข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน
ในขณะที่อารังเองก็เศร้าซึมลงไป จู่ๆนางก็นึกได้ว่าผีลาดตระเวณหายตัวไปหลายวันแล้ว นางว่านางควรทำอะไรบ้างแทนที่จะมานั่งเหม่อลอย นางจะไปตรวจดูแต่อึนโอออกมาห้ามไว้
“ข้าจะไปเอง”
“ไม่นะข้าจะไปเองเป็นธุระของข้า”
“ข้าบอกว่าข้าจะไปเองไง”
“งั้นก็ไปด้วยกัน”
“ไม่ข้าจะไปเอง”
“ท่านเป็นอะไรกัน ทั้งวันทำไมต้องหลบหน้าข้า แม้แต่หน้าข้าท่านยังไม่มองเลยด้วยซ้ำ”
“ข้าเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ข้าไม่รู้จึงควรทำตัวยังไง ข้าคิดจะปล่อยเจ้าไปแล้ว แต่เจ้ากลับชายตามองเขา ในใจข้าปั่นป่วนไปหมด..ในคืนนั้นข้าควรจะยืนกรานและโน้มน้าวเจ้า…ทำไมมันถึงได้ยุ่งยากแบบงี้!!”
อึนโอพูดจบเขาเดินออกมาด้วยความสับสนว้าวุ่นใจ สวนกับชอยจูวาลที่ประตู

อารังยังคงยืนอยู่ที่เดิมเมื่อชอยจูวาลมาถึง
“เมื่อคืนเจ้ากลับมาด้วยความปลอดภัยดีใช่มั้ย…ข้าขอคุยกับแม่นางซักครู่ได้ไหม”
ยังไม่ทันที่อารังจะได้ตอบ

“ข้าไม่อนุญาต!!” อึนโอกลับปฏิเสธแทน

The Princess Diaries บันทึกรัก…เจ้าหญิงมือใหม่

ดูหนังใหม่ออนไลน์ มีอา เธอร์โมโพลิส (แอนน์ แฮธาเวย์) เด็กสาวขี้อายจากซานฟรานซิสโก กำลังหัวหมุนกับโลกที่กลับตาลปัตรของเธอ เมื่อเธอได้ทราบความจริงว่า เธอนี่แหละที่เป็นเจ้าหญิงตัวจริงเสียงจริง! และเมื่อเจ้าหญิงรัชทายาท กลับคืนสู่บัลลังก์ของนครเล็กๆ แห่งหนึ่งในยุโรป ที่เรียกกันว่า “เจโนเวีย” (Genovia) นั้น การเดินทางสุดหรรษา ชวนปวดเศียรเวียนเกล้าของมีอาก็ได้เริ่มต้นขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเธอได้พบกับราชินี แคลริซ เรนัลดี (จูลี แอนดรูว์ส) อัยยิกาเจ้าระเบียบและน่าเกรงขาม ผู้สอน “บทเรียนแห่งการเป็นเจ้าหญิง” ให้แก่เธอ

ทั้งคู่ไม่ลงรอยกันตั้งแต่แรกพบ ตัวมีอาเองนั้น เธอไม่มีความคิดที่จะทิ้งชีวิตสามัญ เพื่อมาเป็นผู้ครองนครอันห่างไกลเช่นนี้เลย ขณะที่ราชินีแคลริซคงย้ำเสมอว่า เป็นหน้าที่ของเธอ ดังนั้น ราชินีจอมเข้มงวดจึงตกลงใจ ที่จะเคี่ยวเข็ญดาวที่ยังไม่เปล่งแสงคนนี้ อย่างเต็มความสามารถ และแล้วเพชรในตมก็เปล่งประกาย เมื่อปรากฏว่า เธอปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ในที่สุด เจ้าหญิงจำทนก็ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต ว่าเธอจะกลับไปอยู่กับครอบครัว หรือจะละทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เพื่อยอมรับภาระหน้าที่ในราชวงศ์ อันมาพร้อมกับความเป็น “เจ้าหญิงแห่งเจโนเวีย”

Walt Disney Pictures ภูมิใจเสนอ The Princess Diaries หรือชื่อเดิมในระหว่างถ่ายทำว่า The Princess of Tribeca โดยฝีมือของผู้กำกับ แกร์รี มาร์แชลล์ (Runaway Bride, Pretty Woman, Beaches) จากบทภาพยนตร์ของ จีนา เวนด์กอส (Coyoty Ugly) ซึ่งอ้างอิงจากนิยายเรื่อง Harpers/Collins โดย เม็ก แคบอต อำนวยการสร้างโดย นักร้องสาวซูเปอร์สตาร์ วิทนีย์ ฮุสตัน, เดบรา มาร์ติน เชส และ มาริโอ อิสโควิช โดยมี เอลเลน เอช ชวาร์ตซ์ รับหน้าที่อำนวยการสร้างร่วม จัดจำหน่ายโดย Buena Vista Pictures Distribution

The Princess Diaries นำแสดงโดย แอนน์ แฮธาเวย์ (จากซีรีส์ Get Real) รับบทเป็น มีอา เธอร์โมโพลิส สาวน้อยผู้ปราดเปรื่องแต่ขี้อาย ผู้มีความปรารถนาว่า ขอใช้ชีวิตนักเรียนที่โรงเรียน ในรูปแบบที่เป็นจุดสนใจ และลำบากใจให้น้อยที่สุด แต่ความหวังของเธอก็ต้องพังทลายลง ด้วยเธอกลายเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์, จูลี แอนดรูว์ส (ดาราหญิงผู้เปี่ยมความสามารถในอดีตจาก Mary Poppins, My Fair Lady, The Sound of Music) รับบทเป็นราชินี แคลริซ เรนัลดี เสด็จย่าจอมเข้มงวด ผู้ส่งข่าวช็อกโลก จนทำให้โลกของมีอาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ, เฮคเตอร์ เอลิซอนโด (Runaway Bride, Pretty Woman) รับบทเป็นโจเซฟ หัวหน้าองครักษ์ ผู้ทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ด และคนขับรถคันยาวให้กับมีอา ซึ่งการทุ่มเทในการทำงานของเขา ยังรวมถึงความรักอันยาวนาน ที่มีต่อราชินีผู้สูงศักดิ์อีกด้วย, ฮีเธอร์ มาตารัซโซ (Strike!, 54, The Devil’s Advocate, ซีรีส์ Now & Again) แสดงเป็นลิลลี เพื่อนสนิทของมีอา ที่ความมุ่งมั่นในการรณรงค์ ด้านสิ่งแวดล้อมและการเมืองของเธอนั้น อยู่ในระดับเดียวกับความหวาดกลัวของเธอ ที่มีต่อชื่อเสียงด้านลบ ที่เกิดขึ้นมาอย่างกระทันหันของเพื่อนเธอ, แคโรลีน กูดอลล์ (Cliffhanger, Hook, Schindler’s List, Disclosure) รับบทเป็นเฮเลน มารดาของมีอา ผู้เป็นอาร์ติสรักอิสระ ที่ต้องปวดหัวขนาดหนัก เมื่อความลับที่มีอาเป็นเจ้าหญิงถูกเปิดกล่าวขึ้น

นอกต่อไป ยังร่วมแสดงโดยดาราสมทบมากมาย อาทิ นักร้องสาว แมนดี มัวร์ ที่เปิดตัวในวงการภาพยนตร์เป็นครั้งแรก ในบทของ เลนา สาวที่ป็อบปูลาร์ที่สุดในโรงเรียน ที่เป็นคู่อริของมีอา, รอเบิร์ต ชวาร์ตซแมน (The Virgin Suicides) รับบทเป็นไมเคิล พี่ชายของลิลลี ซึ่งหลงรักมีอา, อีริค ฟอน เดตเตน (ผู้ให้เสียงเป็น “ซิด” ในภาพยนตร์อนิเมชันเรื่อง Toy Story) แสดงเป็น จอช แฟนหนุ่มของเลนา และก็เป็นหนุ่มที่ป็อปที่สุดในโรงเรียนเช่นเดียวกับเลนา, แคธลีน มาร์แชลล์ (Never Been Kissed, Runaway Bride) รับบท ชาร์ลอตต์ คัทอเวย์, แซนดรา โอห์ (Bean, The Red Violin, A.I.) รับบทเป็นรองอาจารย์ใหญ่กัปตา, ฌอน โอ ไบรอัน (Phenomenon, Frankie and Johnnie) รับบทเป็น ครูโอคอนเนลล์ คุณครูที่พยายามสร้างความประทับใจ แก่แม่ของมีอาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน, มินดี เบอร์บาโน ก็รับเป็นเป็น ครูฮาร์บูลา โค้ชกรีฑาสาวที่พยายามช่วยเหลืออย่างดีที่สุด