Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 5/16

คีชอลเปิดฉากกล่าวคำทักทายชเวยอง ส่วนชเวยองก้มศีรษะคำนับแล้วพูดว่า “พบกันอีกแล้วขอรับ” เมื่อได้ยินคีชอลเรียกอึนซูว่า “นี่เจ้า” ชเวยองก็เตือนอย่างสุภาพ (แต่สายตาแข็งกร้าว) ว่าพระเจ้าคงมินทรงแต่งตั้งให้อึนซูเป็นท่านหมอใหญ่ จึงควรเรียกคุณอย่างให้เกียรติ เขายังเตือนคีชอลอีกว่า “ครั้งสุดท้ายที่เราพบกัน ท่านก็ปฏิเสธที่จะทำตามธรรมเนียมปฏิบัติ” (ไม่ยอมคุกเข่าและก้มศีรษะลงแนบพื้นเพื่อให้รับราชโองการ) คีชอลจึงถามชเวยองว่า เขาห่วงเรื่องมารยาทและการวางตัวมากกว่าชีวิตงั้นหรือ ชเวยองยิ้มแล้วกล่าวว่า “จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรขอรับ ข้าก็แค่หยิบยกเรื่องมารยาทมาพูดเพื่อให้ซื้อเวลาเท่านั้น” คีชอลถามว่า “แล้วเจ้าต้องการเวลาไปเพื่อให้อะไร” ชเวยองตอบว่า “ข้ากำลังคิดหาแผนการที่จะพาผู้หญิงซึ่งยืนอยู่หลังข้าหลบหนี ท่านก็เห็นอยู่แล้วนี่ขอรับ”

คีชอลหัวเราะแล้วถามว่า “เจ้าจะฝ่าคนที่ยืนอยู่หลังข้าและตัวข้า แล้วหลบหนีไป เจ้ากำลังบอกข้าอย่างงี้ใช่ไหม และที่สำคัญเจ้าจะหนีไปกับผู้หญิงคนนั้น” ชเวยองถามว่า “เป็นไปไม่ได้หรือขอรับ” คีชอลถาม “เจ้าคงไม่ได้นำกองกำลังอูดัลจิมาซ่อนไว้บนหลังคาบ้านข้าใช้ไหม” ชเวยองตอบว่า “ไม่ขอรับ ด้วยเหตุว่าผ่านาที่นี่ด้วยเหตุผลส่วนตัว ฝ่าบาทจึงไม่รู้ว่าผ่านาที่นี่ เหล่าอูดัลจิจะไม่เคลื่อนไหวถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากพระราชา” คีชอลสงสัยว่าเขามีเหตุผลอะไรและทำไมต้องบุกมา ชเวยองตอบว่า “ท่านไม่รู้ความหมายของคำว่าส่วนตัวหรือขอรับ ผ่านาที่นี่เพราะ…” ชเวยองหันไปทางอึนซู แล้วพูดต่อว่า “ข้ารักผู้หญิงที่ยืนอยู่หลังข้าเป็นการส่วนตัว” (ทุกคนในที่นั้นต่างพากันตกตะลึง รวมทั้งอึนซู)

คีชอลไม่เชื่อหูจึงถามย้ำ “เจ้าพูดว่าอะไรนะ” ชเวยองตอบว่า “เมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่ตนรักถูกลากตัวไปกลางดึกและถูกจับขัง จะให้ผู้ชายอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรได้ยังไง ด้วยเหตุนี้ข้าถึงได้รีบบุกมาที่นี่ ดังนั้น เพื่อให้ไม่ให้มีใครได้รับบาดเจ็บมากไปกว่านี้ ท่านจะไม่ปล่อยให้เราผ่านไปแต่โดยดีหรือขอรับ” คีชอลฟังแล้วได้แต่หัวเราะชอบใจ ขณะที่อึนซูยังคงยืนตะลึงตาค้าง เพราะไม่คิดว่าคำพูดดังกล่าวมาแล้วข้างต้นจะหลุดออกจากปากคนโรคจิตและวีรบุรุษของชาตินามว่า “ชเวยอง”

เรื่องย่อ THE CHASER โหด/ดิบ/ไล่/ล่า ตอนที่ 2

พีเค จุน ซึ่งอยู่ในอาการช็อคพยายามร้องขอความเมตตาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา  ฮงซอกจ้องหน้าพีเค จุน แล้วกล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า “บุตรสาวชั้นก็เคยร้องขอความเมตตาจากนายมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่นายทำอะไรบุตรสาวชั้น” เมื่อเห็นจำเลยยังคงนั่งนิ่งตัวสั่น ฮงซอกก็ตวาดเสียงดังลั่นว่า “บอกมา!”

ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งถือกระบองไฟฟ้าย่องเผ่านาทางด้านหลังฮงซอก พีเค จุนเห็นดังนั้นจึงพยายามถ่วงเวลาด้วยการพูดตะกุกตะกักว่า “คืนนั้น ผม….” ผู้รายงานข่าวสาว “ซอ จีวอน” มองว่าเจ้าหน้าที่กำลังจะเข้าชาร์จฮงซอกทางด้านหลัง เลยส่งสัญญาณบอกฮงซอกด้วยการใช้เท้าเขี่ยเก้าอี้ให้ล้มลง ฮงซอกได้ยินเสียงเก้าอี้ล้มจึงเอี้ยวตัวกลับไปมองทำให้ปืนจ่อไปที่หน้าอกของเจ้าหน้าที่พอดี เมื่อเห็นพีเค จุนพยายามคลานหนี ฮงซอกก็ชกปลายคางเจ้าหน้าที่แล้ววิ่งไปคว้าคอพีเค จุนเอาไว้ จากนั้นก็กดตัวพีเค จุนลงกับพื้นแล้วจ่อปืนไปที่ใบหน้าของเขา พร้อมด้วยบีบคั้นให้พีเค จุนยอมรับสารภาพความจริงออกมา แม้จะถูกปืนจ่อหน้าในระยะประชิด แต่พีเค จุนก็ยังอุตส่าห์ฮึดสู้ หลังปล้ำกันไปมาได้สักพักก็มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด และคนที่โดนยิง (ปืนลั่น) กลางอกก็คือซุป’ ตาร์ “พีเค จุน”

ฮงซอกเห็นดังนั้นก็แทบช็อค เขาเอามืออุดรูกระสุนที่หน้าอกพีเค จุน แล้วร้องบอกว่า “อย่าพึ่งตายนะ นายยังตายไม่ได้ ยอมรับความจริงมาก่อน อย่าเพิ่งจะตาย!” ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลก็เผ่านาจับตัวฮงซอกแล้วลากตัวเขาออกไป ถึงกระนั้น เขายังร้องตะโกนบอกพีเค จุนที่นอนหายใจรวยรินว่าอย่าพึ่งตาย และขอให้เขายอมรับสารภาพความจริงออกมา

ย้อนกลับไปยังวันเกิดเหตุ

ฮงซอกจัดงานวันเกิดครบรอบ 17 ปีให้ “ซูจอง” ที่ร้านอาหารโดยมี “เจจุง” ชายหนุ่มน้อยที่ซูจองปลื้ม และเพื่อให้นผู้เรียนมาร่วมอวยพรด้วยจำนวนหนึ่ง หลังเป่าเค้กแล้ว ฮงซอกก็มอบบัตรชมคอนเสิร์ต  “พีเค จุน” ให้เป็นของขวัญวันเกิดซูจอง โดยซื้อบัตรเผื่อเพื่อให้นๆ และเจจุงด้วย (สองพ่อลูกเตี๊ยมกันมาก่อน เพราะซูจองอยากไปดูคอนเสิร์ตกับเจจุง ฮงซอกเลยซื้อที่นั่งแถวหน้า 2 ใบให้ลูกและแฟนชายหนุ่ม ส่วนที่เหลืออีก 6  ใบเป็นที่นั่งด้านหลัง) ซูจองดีใจมากที่พ่อยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คุณ คุณจึงหอมแก้มพ่อฟอดใหญ่แทนคำขอบคุณ แล้วบอกว่า  “โตขึ้นหนูอยากแต่งงานกับผู้ชายแบบพ่อ”

หลังไปร่วมอวยพรและฉลองวันเกิดให้ลูกแล้วฮงซอกก็กลับไปที่สำนักงานตำรวจ เพราะถูกหัวหน้าทีมนามว่า “ฮวาง” เรียกตัว เขาจึงปล่อยให้ซูจองฉลองวันเกิดกับเพื่อให้นๆ ตามประสาวัยรุ่น เมื่อไปถึงเขาก็ประท้วงหัวหน้าฮวางด้วยการบอกว่าจะลาออก ทั้งยังคืนบัตรตำรวจ กุญแจมือ และปืน โดยบอกว่าที่ผ่านมาตนทุ่มเททำงานหนักแทบไม่มีเวลาพักจนสุขภาพย่ำแย่ แถมยังต้องเสี่ยงอันตรายและได้รับบาดเจ็บมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ตนจะไม่ยอมทำงานนี้โดยเด็ดขาด  หัวหน้าฮวางจึงพยายามอธิบายว่าเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่มอบหมายให้ทีมของตนไปทำหน้าที่อารักขาผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

เรื่องย่อเด็กเสเพล 3

ชดที่โดนตำรวจปิดผับ เพราะเรื่องเปรี้ยวแดงขึ้นมา ทำให้ขายยาเสพติดไม่ได้จนสูญเสียรายได้มหาศาล ชดให้ทินและบอลใช้ความถนัดทางเทคโนโลยี แฮกเส้นทางหลบหนีตำรวจ ทินแอบส่งข่าวให้ตำรวจ ทำให้สินค้าของชดโดนตำรวจยึดไปจนหมด ชดโมโหมาก และเริ่มไม่ไว้ใจทินกับบอล สั่งจับขังแยกและลงโทษทินจนบาดเจ็บสาหัส และสั่งให้บอลพิสูจน์ตัวเองด้วยการแฮกเข้าธนาคารแล้วโอนเงินของพ่อบอลที่เป็นนักธุรกิจ เข้าบัญชีเงินของชด ทินแม้จะโดนขังแต่ก็แอบสื่อสารกับบอลตลอด และแนะให้บอลทำตามชดสั่งเพื่อให้ให้ชดกลับมาไว้ใจอีกที และซื้อเวลาระหว่างที่บอลพยายามเจาะเข้ารหัสของชิปข้อมูลที่ได้มาจากกุญแจปริศนา ที่ทินและบอลเจอโดยบังเอิญเมื่อตอนที่พายายของแมนย้ายไปอยู่กับมูลนิธิครูศักดิ์

ชดที่จนตรอก หลังจากผิดหวังจากงานประมูลแผนการท่าเรือ ที่บุญเกื้อ พ่อของกอบกุล เป็นคนดูแล ต้องการล้างแค้นบุญเกื้อ จึงสั่งให้ม้วนไปลักพาตัวลูกของบุญเกื้อมา ม้วนจับต๋อยมาได้ ชดให้ขังรวมกับทิน แล้วเรียกค่าไถ่จำนวนมหาศาล ในขณะที่ครูศักดิ์อาสามาช่วย แต่วนิดากลับดูถูก และคิดว่าวิธีของคุณจะปลอดภัยกว่า แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้คนร้ายไหวตัวทัน ชดสั่งตัดหูต๋อย เพื่อให้ส่งกลับไปให้วนิดากับบุญเกื้อ แต่ทินออกรับแทนต๋อย ทำให้ชดตัดหูของทินส่งไปแทน วนิดาที่คิดว่าต๋อยโดนตัดหูถึงกับเป็นลม

ฝั่งทินกับบอลคิดแผนช่วยต๋อย บอลส่งข่าวให้ทางตำรวจบุกเผ่านาช่วยทินกับต๋อย ในขณะที่ตัวเองซึ่งเก่งทางเทคโนโลยี จัดการไลฟ์แฉเรื่องราวของชด พร้อมเอาหลักฐานที่ตัวเองแฮกเข้าชิปสำเร็จเผยแพร่ ชด แก้ว และม้วน โมโหมาก รีบกลับเผ่านาจัดการกับทินและบอล การต่อสู้ของพวกเขาเริ่มขึ้น ในที่สุดพวกชดก็ตาย ส่วนทินได้กลับไปที่มูลนิธิครูศักดิ์อีกรอบ แต่คราวนี้เขากลับไปเพื่อให้พบความจริงที่ว่า พ่อที่แท้จริงของเขาก็คือครูศักดิ์นั่นเอง เรื่องราวของทินยังไม่จบแค่นั้น ทินต้องเข้ารับโทษที่เขาได้เคยก่อเอาไว้ แต่คุณงามความดีความชอบที่ทินช่วยเหลือตำรวจ ทำให้ทินพ้นโทษเร็วและออกมาใช้ชีวิตใหม่อีกรอบ ชีวิตที่ไม่ต้องเป็นเด็กเสเพลอีกต่อไป พร้อมด้วยคนรู้ใจอย่างกอบกุล ติดตามชมละคร เด็กเสเพล ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 ละคร เด็กเสเพล เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2563

เรื่องย่อ สุภาพบุรุษชาวดิน 1

บ้านหลังนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับคุณและลูกเสียแล้ว วาดจึงตัดสินใจไม่รับมรดกของอมราและพาวศินออกจากบ้านไป เมื่อวาดพาวศินที่ยังเด็กมาก ๆ ออกจากบ้านมา สองแม่ลูกก็ไม่มีที่ไปเดินโซซัดโซเซบนถนน จนถูกรถคันหนึ่งพุ่งเผ่านาเกือบชน ปรากฎว่าเป็นรถของ วรกิจ (ศุกล ศศิจุลกะ) เขาจึงรีบช่วยวาดและวศินทันที วาดขอร้องไม่ให้วรกิจบอกสรวิชญ์ วรกิจเห็นอกเห็นใจวาดจึงยอมช่วยเหลือวาด ด้วยการให้เช่าที่ขายสาคูไส้หมูในตลาด ชีวิตในตลาดสดของวศินจึงเริ่มขึ้น ณ บัดนั้น

วศินต้องปากกัดตีนถีบ แบกหาม เข็นผัก เป็นจับกังตั้งแต่ตัวยังสูงไม่เท่ารถเข็น ในขณะที่อ้น อ้อ และอาร์ต เติบโตอย่างสุขสบายบนกองเงินกองทอง วศินกับวาดต่อสู้ฟันฝ่าความลำบากมาด้วยกันจนเปลี่ยนรถเข็นให้เปลี่ยนเป็นร้านขายอาหารตามสั่งได้ในที่สุด วศินสอบติดหมอตามใจฝัน วันหนึ่ง วศินในฐานะแพทย์ปี 3 อยู่วอร์ดจนหิวมาก ลงมาสั่งข้าวผัดกะเพราที่โรงอาหาร แต่แล้วกลับถูกสาวบริหารปี 1 อย่าง ภัควดี (แซมมี่ เคาวเวลล์) มาแย่งจานไปต่อหน้าต่อตา ทั้งสองสมุทราะกันใหญ่โตเพราะผัดกะเพราจานเดียว จนไม่ชอบขี้หน้ากันตั้งแต่ตอนแรกพบ

ขณะที่สรวิชญ์คอยติดตามหาตัววาดและวศินมาตลอด แต่ถูกสุดาวรรณขัดขวาง วันหนึ่งวศินที่ต้องใช้ชีวิตในฐานะเด็กนักเรียนทุนคณะแพทย์ที่ทำงานพาร์ตไทม์ไปด้วย โดยการเป็นเบลบอยที่โรงแรมของสรวิชญ์ โดยไม่รู้เลยว่าสรวิชญ์คือพ่อของเขา แต่วศินก็ไม่เคยได้เจอสรวิชญ์เลย จนกระทั่งคืนหนึ่งวศินช่วยปฐมพยาบาลแขกของสรวิชญ์ที่เป็นลมบ้าหมูได้ทันท่วงที สรวิชญ์รู้สึกถูกชะตากับวศินอย่างบอกไม่ถูก แต่การพบกันของวศินและสรวิชญ์ไม่อาจรอดพ้นสายตาสุดาวรรณไปได้ สุดาวรรณกลัวว่า วศินจะกลับมาทวงทุกอย่าง จึงสั่งให้ลูกน้องไปรังควานวศิน วศินถูกรุมรังควานแต่ก็ได้ยินคนร้ายพูดว่า สรวิชญ์คือพ่อบังเกิดเกล้าของเขา

วศินพาร่างที่สะบักสะบอมกลับไปที่บ้านด้วยความคาใจ คราวนี้เขาเอ่ยปากถามแม่เรื่องพ่ออีกที แต่ก็ได้คำตอบเหมือนเดิมกลับมาว่าพ่อเขาตายไปแล้ว วศินจึงได้แต่เก็บงำความสงสัย และตั้งมั่นจะสืบหาความจริง จนบุกไปที่บ้านวรกิจเพื่อให้หาคำตอบ แล้วได้เจอกับภัควดีอีกรอบตรงนั้น เพราะภัควดีเป็นลูกของวรกิจนั่นเอง

ขุนเดช 8

ตกดึกขุนเดชจึงไปลากตัวเถรและเอาชะแลงของเถรมาที่กรุพระ แล้วให้เถรนำ ชะแลงไปเทียบกับรอยดินว่าเป็นชะแลงอันเดียวกันรึป่าว แต่เถรขัดขืนจึงต่อสู้กัน จนเถรยอมเอา ชะแลงไปเทียบกับรอยดิน พบว่าเป็นรอยเดียวกัน เถรรีบปฏิเสธ แล้วบอกว่าอาจจะมีคนขโมย ชะแลงของตนเองไปทำความผิดก็ได้ ขุนเดชจึงให้เถรสาบานโดย การเอามือล้วงเข้าไปในข้องปลา พร้อมกับสาบานว่าหากเอามือล้วงไปแล้วไม่เกิดอะไรขึ้นแสดงว่าไม่ได้ทำความผิด ซึ่งในข้องนั้นขุนเดชได้แอบเอางูเห่าใส่ไว้อยู่ พอเถรล้วงลงไปจึงโดนงูกัด แต่เถรแสร้งทำเป็นไม่มี อะไรเกิดขึ้น ขุนเดชจึงปล่อยตัวเถรไป ระหว่างทางพิษของงูออกฤทธิ์ เถรจึงหมดลมเสียชีวิต เพราะพิษงู รุ่งเช้าที่ร้านของคู่ผัวเมีย นายฮวด กับ สาลี่ ร้านกาแฟ ประจำหมู่บ้าน พวกชาว บ้านต่างพากันโจษจันพูดคุยกันถึงเรื่องการตายของไอ้เถร นายฮวด ถามจ่าแท่นที่เป็นลูกค้า ประจำของที่ร้าน เพราะชอบมาฟังพวกราษฎรคุยกัน ว่าคิดยังไงกับ การตายของไอ้เถร ซึ่งขุนเดชก็นั่งฟังอยู่ จ่าแท่นบอกก็แค่ว่าเถรถูกงูเห่ากัดตาย ขุนเดช บอกสมควรแล้วที่เป็น แบบนั้น ขุนเดชจ่ายเงินค่ากาแฟแล้วจะไปทำงานต่อ แต่จ่าแท่นรีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพ เจ้านายคนใหม่ที่พึ่งย้ายมาประจำที่โรงพักของศรีสัชฯ จ่าแท่นแนะนำ ร.ต.ท.ยงยุทธ หรือ หมวดยงยุทธที่พึ่งย้ายมาประจำอยู่ที่ศรีสัชฯให้ทุกคนได้รู้จัก ขุนเดชกับหมวดยงยุทธพบหน้า กันก็จำได้ดีว่าเป็นเพื่อให้นเก่าเพื่อให้นแก่กันนั่นเอง

วันคืนเก่าๆของหมวดยงยุทธกับขุนเดชกลายมาเป็นเรื่องคุยกันที่บ้านพักของหมวด ยงยุทธ ขุนเดชถามหมวดถึงดาราเพราะไม่ได้ข่าวเลยตั้งแต่ขุนเดชย้ายมาอยู่ที่ศรีสัชฯ ผู้หมวด อ้ำๆอึ้งๆหนักใจที่จะเอ๋ยถึงดารา บอกขุนเดชก็แค่ว่าดาราเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะโบราณคดี อย่างที่ฝันไว้ และตัวเองก็ไม่ได้พบกันนานแล้วเพราะต้องย้ายไปทำงานหลายจังหวัด ยงยุทธ ชวนขุนเดชวกกลับมาคุยเรื่องการตายของไอ้เถร เพราะเกิดความสงสัยว่าไม่น่าจะเกิดจากงูกัด จนเสียชีวิตเพียงอย่างเดียว เพราะว่าตอนไปชัณสูตรศพเห็นร่อยรอยการถูกตีด้วยของแข็งตามร่างกาย แต่ไม่รู้ว่าของแข็งนั้นคืออะไร จ่าแทนสงสัยถามย้อนว่าหมวดคิดว่านี่เป็นคดีฆาตกรรม หมวดยงยุทธตอบว่าค่อนข้างแน่ใจ แต่จ่าแท่นไม่คล้อยตามข้อสันนิษฐานของหมวดคิดว่าในศรีสัชฯไม่มีฆาตกร เพราะชื่อศรีสัชนาลัยหมายความว่าเป็นเมืองของคนดี ขุนเดชได้แต่ฟัง เงียบๆ ในขณะที่หมวด ยงยุทธสนใจดาบที่ขุนเดชพกอยู่ ขุนเดชบอกก็แค่ว่าเป็นดาบของพ่อที่ทิ้งไว้ให้ก่อนตาย หมวดยงยุทธต้องการจะขอดู ขุนเดชว่ามันเป็นเพียงแค่ดาบหักที่มีแต่สนิมใช้ขุดหญ้าดายหญ้ายังไม่ได้เลย

เพื่อนรักเพื่อนริษยา

อัปสรสวรรค์(วรนุช ภิรมย์ภักดี), อุไรวรรณ(คริส หอวัง) ,จริยา(ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา) 3 สาวเป็นเพื่อให้นรักกันเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่ความข้องเกี่ยวของอัปสรสวรรค์และอุไรวรรณคลอนแคลน เมื่อคุณหญิงเดือนเด่น(อรอนงค์ ปัญญาวงศ์)แม่ของอัปสรสวรรค์ใช้เส้นทำให้อัปสรสวรรค์คว้าทุน “นักศึกษาดีเด่น”ในปีการศึกษาสุดท้ายไปได้ เพียงเพื่อให้บุตรสาวจะได้มีโปรไฟล์งามๆ เหนือใคร ทั้งที่คนที่สมควรจะได้รับทุนการศึกษานั้น น่าจะเป็นอุไรวรรณ ซึ่งหมายมั่นกับเงินก้อนนี้อย่างมากเพราะมันชี้เป็นชี้ตายอนาคตของอุไรวรรณ อุไรวรรณเจ็บช้ำและโกรธแค้นเพื่อให้นรักอย่างอัปสรสวรรค์ ชนิดไม่มีวันยอมให้อภัย ท่ามกลางความลำบากใจของจริยาและปกรณ์ เพื่อให้นในกลุ่มที่เฝ้าอยากให้ความเกี่ยวพันของทุกคนกลับมาเหมือนเดิม

วันเวลาผ่านไป อัปสรสวรรค์ หรือ นางฟ้า เปลี่ยนเป็นว่าที่ซุปตาร์ ของสถานีโทรทัศน์ช่อง THE SUNตามความประสงค์ของคุณหญิงเดือนเด่น ทั้งอาศัยความสนิทสนมกับคุณราศี(ดวงตา ตุงคะมณี) เจ้าของสถานี ทั้งผลักทั้งดันเพราะอัปสรสวรรค์เองก็มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ ทั้งยังฮันนี่(ปรียาดา สิทธาไชย)ซุปตาร์ตัวแม่ของสถานี ก็ชักจะเหวี่ยงวีนเวอร์เกิน จนใครๆในสถานีเริ่มระอา การแจ้งเกิดของอัปสวรรค์จึงสร้างความไม่พอให้ฮันนี่อย่างมาก

ในงานประกาศรางวัลเพื่อให้คนสำราญใจ จู่ๆอัปสรสวรรค์ที่กำลังโชว์อยู่บนเวทีก็มีอันต้องแปลงเป็นนางฟ้าปีกหักเพราะสายสลิงที่เกี่ยวร่างอัปสรสวรรค์ให้ร่องลอยอยู่กลางอากาศดันขาดเอาดื้อๆ อัปสรสวรรค์ร่วงหล่นลงมาท่ามกลางความตกอกตกใจของทุกคนโดยเฉพาะปกรณ์ หรือ เป๋า(วฤธ หงสนันทน์) เพื่อให้นรักที่แอบรัก ‘นางฟ้า’ ของเขามาโดยตลอด และวันนี้ปกรณ์ที่ได้ทุนไปเรียนต่อด้านช่างภาพที่อังกฤษกลับมาเป็นตากล้องทีมข่าวรื่นเริงช่อง THE SUN เป๋ารีบพรวดขึ้นไปช่วยนางฟ้าขณะที่ อุไรวรรณ หรือ อุไร คนที่วันนี้เป็นนักข่าวหัดใหม่ของสถานีเล็กๆแห่งหนึ่ง ก็โดดพรวดขึ้นบนเวทีเช่นกัน เป๋าตะโกนบอกให้อุไรรีบโทร. เรียกรถพยาบาล เพื่อให้ช่วยนางฟ้า แต่อุไรกลับตัดสินใจใช้มือถือถ่ายคลิปอุบัติเหตุนี้ เพื่อให้ออกอากาศหวังจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ของตนเอง

ที่สวนอาหารแห่งหนึ่ง จริยา หรือ จิ๋ว รับจ็อบเป็นแด๊นเซอร์ตัวเล็กๆ แต่ฉายแสงจนไปเข้าตา ปราณ(ศรัณยู ประชากริช)โปรดิวเซอร์เพลย์บอยค่าย The Sun music ที่อยาก‘ดัน’ จิ๋วนำมากๆ ถึงกับคิดแผนล่อจิ๋วด้วยการชวนไปเป็นนักร้อง แต่ เมฆ(ศุภกิตต์ พึ่งพระเดช) เด็กชายหนุ่มร่วมสลัมเดียวกันเผ่านาขัดขวาง จนมีเรื่องชกต่อยกัน ปราณผูกใจเจ็บเมฆมากๆ

คู่วุ่นลุ้นแผนรัก 5

แล้วทริปแห่งความปั่นป่วนก็เริ่มขึ้น เมื่อขอจันทร์กับศิลาต้องมีอันไปติดเกาะด้วยกัน พายุเข้า เรือไม่มีจะกลับฝั่ง ด้วยความยากลำบากทำให้ศิลาและขอจันทร์เริ่มจะพูดจาดีๆต่อกัน จนขอจันทร์ได้รู้ว่าศิลาเป็นเจ้าของมืออันอบอุ่นที่ได้ช่วยคุณเอาไว้เมื่อสมัยเด็กตอนที่คุณแทบจะพลัดตกจากดาดฟ้า ขอจันทร์ถึงกับอึ้งไปอีกเมื่อรู้ว่าศิลาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เคยล้อคุณเรื่องดอกหน้าวัวและพยายามห้ามนทีและเดือนวารีทุกครั้งที่รังแกคุณกับตะวันฉายสองพี่น้อง และศิลายังจำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคุณได้ ทำไมคุณไม่รู้มาก่อนและการที่คุณเป็นที่จดจำของใครบางคนนั่นก็ทำให้ขอจันทร์ได้เกิดความรู้สึกบางสิ่งบางอย่างขึ้นกับศิลา เช่นเดียวกับศิลาเมื่อได้อยู่กับขอจันทร์เพียงลำพังเขาจึงได้เห็นบางมุมของขอจันทร์ที่คุณไม่ใช่ยายตัวร้ายจอมคิดแผนอย่างที่เขาเห็นมาก่อน สภาวะยากลำบากต่างๆยิ่งทำให้ทั้งสองเริ่มเกิดความอบอุ่นในใจขึ้นอย่างแปลก
ณิชรันย์กับนทีร่วมมือกันออกตามหาทั้งสอง โดยไม่รู้เลยว่าระหว่างวันและเวลาที่นทีและณิชรันย์ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งสองต่างก็รู้สึกดีและแปลกใจที่ต่างเข้าใจกันและกัน จนทำให้ทั้งสองเกิดความรู้สึกบางสิ่งขึ้น
ข้างเดือนวารีก็ได้เป็นแฟนกับเชนตามแผนของตะวันฉาย และและจากนั้นก็ถึงเวลาเดือนวารีจะได้รับความเจ็บปวดกลับบ้าง แต่ระหว่างนั้นสาโรจน์ผู้เป็นพ่อได้เผ่านาพูดเตือนสติกับตะวันฉาย และยังบอกถึงคำพูดของศิลาที่ต้องการให้ตะวันฉายดูแลเดือนวารี ตะวันฉายจึงต้องถามใจตัวเองอีกที ในที่สุดตะวันฉายก็ไปขอร้องให้เชนเลิกคบกับเดือนวารี แต่เชนกลับปฏิเสธเพราะว่าคืนนี้เขากำลังจะจัดการยัดเยียดความเป็นเมียให้กับเดือนวารี เมื่อตะวันฉายรู้จึงได้ออกตามหาทั้งคู่จนมาพบ ตะวันฉายก็ได้เผ่านาช่วยเดือนวารีให้รอดพ้นเงื้อมมือของเชนไปได้ และจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ทั้งสองเริ่มเก%

ฉันทนาสามช่า 3

ไข่มุกเข้าไปทำงานที่โรงงาน ก็โดนพวกแอนกลั่นแกล้ง แก้วตาและติ๊งโหน่งคอยช่วย และมีแม่บ้านตุ่มร่วมเป็นพันธมิตร แต่นารียังไม่เปิดใจรับนารีเป็นเพื่อให้น..จนกระทั่งไข่มุกเห็น นิคม (เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์) พ่อเลี้ยงวัยชายหนุ่มเสเพลของนารีรังแก ประไพ (นาตยา จันทร์รุ่ง) แม่ของนารี ที่รักนิคมหักปักหัวปำ ไข่มุกเข้าไปช่วย และร่วมหาทางออกแก้ปัญหาให้นารี.. นารีจึงเปิดใจรับไข่มุกเป็นเพื่อให้น….ทุกคนสัญญาจะช่วยเหลือกัน ทำมาหากิน เพื่อให้สร้างชีวิตใหม่ให้ดียิ่งกว่านี้!!

ไข่มุกจะหาเงินไปใช้หนี้ เอาบ้านและที่นาคืน! พาครอบครัวกลับไปใช้ชีวิตที่อยุธยา!! นารีจะหาเงินก้อนให้นิคมออกไปจากชีวิตประไพ!! แก้วจะหาเงินก้อนส่งเสียน้องให้เรียนสูงๆ!! ส่วนติ๊งโหน่งอยากหาเงินเลี้ยงดูพ่อ…ทำให้พ่อภูมิใจในตัวคุณ ทุกคนร่วมกันดื่มน้ำสาบานจะเป็นเพื่อให้นรัก ช่วยกันชะชาช่าให้ชีวิตดียิ่งกว่านี้….และตั้งชื่อแก๊งนี้ว่า แก๊งฉันทนาสามช่า!

ธีรดล ยังคงลายเจ้ายก้หว่านเสน่ห์ไปทั่วโรงงาน รวมทั้งนารี…นารีเคลิ้มฝันว่าธีรดลจริงใจกับคุณ เขาจะทำให้ชีวิตคุณสุขสบาย… เหี่ยวคอยเตือนสติ แต่นารีไม่เชื่อ คิดว่าเหี่ยวกีดกันเพราะเหี่ยวชอบคุณ ไข่มุกก็ไม่ไว้ใจธีรดล เพราะบ่อยครั้งที่ธีรดลแอบขายขนมจีบไข่มุกด้วย..ไข่มุกและเพื่อให้นๆ คอยปรามนารี นารียิ้มรับคำแต่ก็ยังคบหาลับๆ กับธีรดล….

พวกแอนอยากทำลายแก๊งฉันทนาสามช่าให้แตกคอกัน จึงหยิบเรื่องธีรดลมาทำลายความเกี่ยวเนื่องของเพื่อให้น..สร้างสภาวะใส่ความไข่มุกจะแย่งธีรดล นารีโกรธไข่มุกมาก ประกาศตัดขาดความเป็นเพื่อให้น..แล้วไปร่วมแก๊งนางฟ้ากับแอน….พวกแอนพอใจที่แผนแรกสำเร็จ และคิดใช้แผน 2 กำจัดนารีเป็นรายต่อไป!!

เหี่ยวทนเห็นกลุ่มเพื่อให้นรักแตกคอกันไม่ได้ ขอร้องให้ชาตรีร่วมแผนเคลียร์ใจ ให้ชาตรี นัดไข่มุก ส่วนเหี่ยวไปหานารีแล้วพาทั้ง 2 มาเคลียร์ แต่ระหว่างนั้นมีชายฉกรรจ์จะขืนใจนารี พวกไข่มุกเข้าไปช่วยไว้ได้ เหตุการณ์ในคราวนี้ทำให้เพื่อให้นรักกลับมากอดคอกันได้อีกที และสาบานต่อหน้าครกตำมั่ว…จะรักกันประหนึ่งน้ำปลาร้าอยู่คู่ส้มตำ! โดยไม่มีใครรู้ว่าแอนเป็นคนจ้างชายโฉดไปขืนใจนารี หวังกำจัดนารีออกห่างธีรดล!!

แสงเทียน

‘แสงเทียน’ เป็นเรื่องราวของ ‘สิบทิศ’ หนึ่งในดาราหนังโขนพระราชทาน รับบทเป็น ‘ทศกัณฐ์’ และ ‘เพลงพิณ’ หญิงสาวซึ่งรับบทเป็น ‘นางสีดา’ ใครๆ ก็รู้ว่าทศกัณฐ์หลงรักนางสีดาข้างเดียว และนางมีใจรักมั่นต่อพระราม

สิบทิศผู้มีหน้าตาโหดร้าย ดุดัน และเป็นฝันร้ายของเพลงพิณมาตั้งแต่เด็ก จะเอาชนะคู่แข่งรูปหล่อ และเพอร์เฟ็กซ์ได้หรือเปล่า เขาควรทำอย่างไรจึงจะ คว้าหัวใจของผู้หญิงที่เป็นรักแรก และรักเดียวของตนตลอดมา

เพลงพิณ ผ่านการคัดเลือกให้ร่วมแสดงโขนพระราชทานในบทนาง สีดาอย่างเกินความคาดหมายด้วยความดีความชอบใจ เหตุเพราะคนที่ได้รับการคัดเลือกก่อนหน้าประสบอุบัติเหตุ แต่เพียงวันแรกที่เพลงพิณต้องซ้อมโขนร่วมกับสิบทิศ ซึ่งรับบทเป็นทศกัณฐ์หล่อนก็รำสะดุดจนต้องหยุดพักการซ้อมชั่วคราว หล่อนหลบไปยืนเครียดจนครูรัตนาเผ่านาพูดคุยจนหล่อนสามารถ กลับมาซ้อมจนผ่านไปได้ด้วยดี แม้สิบทิศจะรู้ดีว่าเพลงพิณไม่สามารถสบตา เขาได้เลย

แต่สัมพันธภาพระหว่างคนทั้งสองเริ่มดีขึ้น เมื่อคืนนั้นสิบทิศแอบติดตาม มาส่งเพลงพิณถึงบ้าน และในระหว่างทางได้ช่วยเหลือเพลงพิณจากพวกนักเลงขี้ยาจนปลอดภัย ทำให้เพลงพิณหายกลัวเขาไปบ้าง

สิบทิศกลับมาบ้านที่อยู่ในสลัมเดียวกับเพลงพิณ เขามีความรู้สึกเหมือน อยู่คนเดียวเสมอ แม้จะมีพ่อและพี่ชายอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน เพราะสุทินผู้เป็น พ่อไม่เคยเห็นชอบด้วยที่เขาจะมาเอาดีทางด้านการเรียนด้านนาฎศิลป์ ส่วน ศิวาผู้เป็นพี่ชายนั้นไปเรียนด้านการบริหารจึงเป็นที่รักของพ่อมากกว่าเขา

วันรุ่งขึ้นสิบทิศออกจากบ้านเพื่อให้ไปเรียนเขาพบเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ หล่อนยืนรอเขาเพื่อให้นำขนมมาให้เป็นการขอบคุณที่เขาได้ช่วยเหลือ สิบทิศ แสดงความไม่ใส่ใจอะไร แต่เพลงพิณกลับรู้สึกดีกับชายคนที่เป็นฝันร้ายใน ยามเป็นเด็กมากขึ้นเมื่อความคิดว่ามีเขาเป็นคนที่มีน้ำใจดีมากคนหนึ่ง ทำให้เพื่อให้น สนิทอย่างมิ่งขวัญไม่พอใจเพราะหล่อนกำลังเป็นแม่สื่อให้กับ ราเมศร์ ชายหนุ่ม หล่อ ร่ำรวย ที่มาติดพันเพลงพิณ เพราะคิดแทนเพื่อให้นว่าสาวสวยอย่างเพลง พิณน่าจะเลือกผู้ชายที่ดูดีมีพร้อมทุกอย่างเพื่อให้จะได้ถีบตัวเองให้พ้นจากบ้าน สลัมที่อาศัยอยู่ทุกวันนี้มากกว่าจะเลือกผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลย แถมอยู่ในสลัม เดียวกันอีกด้วย

แต่เพลงพิณกลับไม่ได้สนใจในตัวราเมศร์สักนิดหล่อนมีความหวาดระแวงในตัวผู้ชายเพราะมีพ่อที่เจ้ายก้ทำให้แม่ต้องร้องไห้ทุกวัน และในที่สุด ก็ต้องเลิกกัน แม่ไปมีครอบครัวใหม่ทิ้งให้หล่อนอยู่กับน้องชายเพียงลำพัง โดยมีตากับยายคอยดูแล เมื่อราเมศร์นำดอกไม้มาให้และชวนหล่อนไปทาน อาหาร เพลงพิณปฏิเสธเสมอท่ามกลางความไม่พอใจของมิ่งขวัญ

ในขณะที่เพลงพิณก็มีความสงสัยอยู่ในใจว่าผู้ชายอย่างสิบทิศที่ชอบทำหน้าตาบึ้งตึงอยู่เสมอนั้นจะมีความรักบ้างหรือเปล่า แล้วผู้หญิงของเขาจะ เป็นอย่างไร แล้ววันหนึ่งเพลงพิณก็ได้เจอกับบัวคลี่ที่แสดงความสนิทสนม กับสิบทิศจนเพลงพิณเข้าใจไปตลอดว่าบัวคลี่คือผู้หญิงของสิบทิศ โดยไม่รู้ ว่าจริงๆ แล้วบัวคลี่คือเพื่อให้นสนิทในวัยเด็กของสิบทิศที่มีผนังบ้านอยู่ติดกัน เพราะทั้งสองต่างเห็นอกเห็นอกเห็นใจกันในชีวิตความเป็นอยู่ที่เหมือนคลึงกัน คือ บัวคลี่ มีแม่เพียงคนเดียวที่ไม่เคยแสดงความรักให้กับลูก เหมือนสิบทิศที่ไม่ เคยได้รับความรักจากพ่อเลย

ความสนิทสนมของสิบทิศกับบัวคลี่ไม่ได้สร้างวามรู้ความเข้าใจผิดเพียงแค่ เพลงพิณเพียงแค่นั้นยังรวมไปถึงสุทิน พ่อของสิบทิศด้วย ทำให้สุทินชอบด่า ทอสิบทิศเสมอ โดยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วคนที่มีความเกี่ยวเนื่องลึกซึ้งกับบัวคลี่คือ ศิวา ลูกชายคนโปรดของตนเอง

เมื่อศิวามาคุยว่าได้เลื่อนตำแหน่ง ได้ขึ้นเงินเดือน ยิ่งทำให้สุทินหันมา กดดันสิบทิศหนักขึ้นจนเขาต้องเดินหนีออกจากบ้านมานั่งกินลูกชุบที่เพลง พิณนำมาให้ตั้งแต่เช้า พลางคิดคำนึงถึงหล่อนด้วยจิตใจอันลึกซึ้งและไม่ สามารถจะบอกกับใครได้

ราเมศร์พยายามมาตามตื๊อเพลงพิณถึงสถานที่ซ้อมโขน มิ่งขวัญแสดง ความตื่นเต้นอย่างอย่างมากในขณะที่เพลงพิณไม่รู้สึกอะไรนอกจากความ อึดอัดแค่นั้นเพลงพิณยกดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้กับมิ่งขวัญ หล่อนยืนอึ้ง จนทิม เด็กนักเรียนชายหนุ่มรุ่นน้องเผ่านาแซว มิ่งขวัญสะบัดผมอย่างไม่พอใจนัก ที่เขาเผ่านายุ่งเรื่องของหล่อน

คืนนั้นเพลงพิณเลิกซ้อมดึก เมื่อนั่งรถเมล์มาถึงบ้าน ก็พบว่าปี่พาทย์ น้องชายคนเดียวถูกพวกนักเลงไล่ตีมา หล่อนพยายามจะเข้าไปช่วยน้อง แต่สิบทิศกลับห้าม และเข้าไปช่วยเองจนพวกนักเลงหนีไป แต่ตัวเองก็โดน ตอบโต้จนหน้าตามีรอยฟกช้ำ เพลงพิณจึงพาเขาไปทำแผลที่บ้าน และเป็น นัดแรกที่เขาได้มีโอกาสเหยียบย่างเผ่านาในบ้านนี้ แม้จะเคยเฝ้าแอบมอง มานาน นั่นทำให้เพลงพิณเริ่มมีความรู้สึกดีๆ กับสิบทิศมากขึ้น รวมทั้งปี่พาทย์ก็อยาก สนิทสนมกับสิบทิศเพื่อให้ขอให้เขาช่วยสอนมวยให้ ใน ขณะที่ยายของเพลงพิณก็สอบถามและพูดคุยกับเขาเป็นอย่างดี

เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านก็โดนสุทินดุด่าโดยไม่สอบถาม เมื่อเห็นหน้าตา ที่มีรอยฟกช้ำของเขา ทำให้สิบทิศต้องออกจากบ้านอีกที เขารู้ว่าพ่อฝังใจ กับพฤติกรรมในวัยเด็กที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้หาเงินมาให้พ่อ เพราะ อยากให้พ่อรักเขาบ้าง เมื่อคิดว่าพ่อชอบเงิน เขาจึงหาวิธีหาเงินให้ได้ มากๆ โดยไม่รู้ว่าวิธีการจะถูกหรือผิด เขาไปเป็นเด็กเดินยาเสพติด จนกระทั่งหันมาเสพด้วย และก็งัดแงะบ้านคนอื่นเพื่อให้ขโมยของมาขาย แล้ว ก็ถูกจับได้ วันที่เขาเข้าไปนอนในคุกโดยไม่มีใครมาประกันตัว อยู่ๆ ก็มี ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขาไม่รู้จักมาประกันตัว และรับเขากลับบ้าน ระหว่างทาง คุณคนนั้นพูดจาโน้มน้าวให้เขากลับใจ และส่งเขาไปบำบัดจนหาย และได้ กลับมาเข้าเรียนในโรงเรียนนาฏศิลป์ ส่งเสริมให้เขาได้ฝึกโขน ท่ามกลาง ความไม่พอใจของพ่อตลอดมา

สิบทิศไปหยุดตัวเองอยู่หน้าบ้านครูรัตนา หญิงที่ช่วยดึงเขาขึ้นมาจาก จุดตกต่ำในชีวิต จนวันนี้เขาได้รับโอกาสที่ดีที่สุดเมื่อมีโอกาสได้เป็นหนึ่งใน ผู้แสดงโขนพระราชทาน ครูรัตนาพูดคุยปลอบใจจนเขายอมกลับมาบ้าน แล้วพบว่ามียาทาแผลขวดหนึ่งวางไว้ใกล้ๆ ที่นอนของเขา

วันรุ่งขึ้นสิบทิศเจอกับเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ และไปสถานที่ซ้อมโขน ด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันด้วยดีจนทำให้เพลงพิณลดความหวาดกลัวในตัว สิบทิศลงเรื่อยๆ เมื่อมาถึงสิบทิศพบศิวามายืนรอเพลงพิณพร้อมช่อดอกไม้ ของราเมศร์ สิบทิศจึงได้รู้ว่าศิวาทำงานเป็นลูกน้องของราเมศร์ แต่เขาทั้ง สองคนไม่ได้แสดงตัวให้คนอื่นได้รู้ว่าเขาเป็นพี่น้องกัน เมื่อเพลงพิณกับ มิ่งขวัญเดินจากไป ศิวาจึงทักทายและพูดขู่ไม่ให้สิบทิศเลิกยุ่งเกี่ยวกับเพลง พิณ โดยที่สิบทิศเองไม่ได้โต้ตอบ เพราะเขาเองก็รู้สึกตัวว่าเพลงพิณนั้นอยู่สูง เกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึงอยู่แล้ว

ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดเงียบๆ ทิมก็เผ่านาพูดจาทักทาย พร้อมกับ บอกเล่าให้ฟังจนสิบทิศรู้ว่าดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้เพลงพิณนั้น หล่อนยก ให้มิ่งขวัญทุกครั้ง แล้วทิมก็แสดงความชื่นชมสิบทิศจนเขาเขิน ยิ่งเมื่อได้รู้ ว่าทิมผู้เป็นชายหนุ่มลูกครึ่งนั้นได้ร่วมแสดงโขนพระราชทานเป็นตัวลิง เขานึก ทึ่งว่าแม้แต่คนที่เป็นลูกครึ่งลูกเสี้ยวฝรั่งอย่างทิมก็มีความสนใจในศิลปะการ แสดงของไทยด้วย ทั้งสองพูดคุยกัน จนสิบทิศรู้สึกหึกเหิมในใจมากยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อมาคิดว่าเพลงพิณไม่มีช่อดอกไม้อยู่ในมือ หัวใจของสิบทิศก็รู้สึกชุ่ม ชื่น และมีพลังมากกว่าเดิม

คืนนั้นทั้งสองคนกลับบ้านพร้อมกันเหมือนเคย เพลงพิณเล่าถึงชีวิต ครอบครัวของตนเองที่พ่อแม่เลิกกัน ความสนิทสนมเพิ่มพูดขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วหลังจากนั้นก็มาสะดุดลงอีกเมื่อมาเจอบัวคลี่กำลังสมุทราะกับสามีคนหนึ่ง ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน สิบทิศจึงเข้าไปห้ามและลากบัวคลี่กลับบ้านท่ามกลางความสับสนคลางแคลงใจของเพลงพิณ

เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านเขาก็โดนสุทินดุด่าอีกเมื่อรู้ว่าเขาเพิ่งจะออกมา จากบ้านบัวคลี่ พร้อมกับประกาศว่าถ้าวันนึงทั้งสองลงเอยกัน เขาจะตัดพ่อ ตัดลูกทันที ซึ่งเสียงสมุทราะกันสองพ่อลูกก็ดังไปถึงหูของบัวคลี่ด้วย คืนนั้น ศิวาเมากลับมา บังคลี่จึงออกมาลากศิวาเข้าบ้านของตนเอง โดยไม่มีใคร รู้เห็น

เพลงพิณกลับมาถึงบ้านพบว่าน้องชายแอบไปสมัครเรียนอาชีวะ โดยจะทิ้งการเรียนนาฎศิลป์ ทำให้สองพี่น้องถกเถียงกันแล้ว ปี่พาทย์จึงจะ ออกจากบ้าน แต่กลับมาพบสิบทิศยืนอยู่หน้ารั้ว เขาพยายามจะพูดคุยกับ ปี่พาทย์ แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อปีพาทย์เดินหนีไป เพลงพิณจึงชวนเขาเข้าบ้าน เพื่อให้เอาขนมที่ยายฝากไว้ให้ เพลงพิณพูดคุยให้ฟังเรื่องปัญหาของน้องชาย ที่ไม่อยากเรียนนาฎศิลป์แล้ว ทำให้สิบทิศต้องมานึกย้อนถึงตัวเองที่เขาเอง ก็เคยลังเลในเรื่องนี้ ครั้งที่ครูรัตนาพยายามจะส่งเสริมเขาให้เอาดีทางด้าน นี้ เพื่อให้จะได้มีคนสืบทอดวัฒนธรรมอันดี และสมเจตนารมย์ของพระราชินีที่ พยายามฟื้นฟูและดำรงรักษาศิลปะของชาติเอาไว้ นั่นทำให้เขาเข้าใจจิตใจ ของปี่พาทย์และพูดปลอบใจเพลงพิณจนหล่อนรู้สึกดีขึ้น

วันรุ่งขึ้นไม่มีการซ้อมโขนทำให้สิบทิศไม่เจอเพลงพิณ แล้วเขาก็อดคิด ถึงหล่อนไม่ได้ จึงแวะซื้อโรตีมะตะบะเพื่อให้เป็นข้ออ้างไปหาเพลงพิณที่บ้าน พบว่าเพลงพิณกำลังจะออกไปซื้อของพอดี แต่ก็พาเขาเข้าบ้านก่อน คราวนี้ สิบทิศได้พบกับสมพงษ์ ตาของเพลงพิณด้วย เขาจึงโดนตาสมพงษ์มอง อย่างหวาดระแวงและสอบถามถึงเรื่องราวเก่าๆ ของเขาด้วย แต่ยายก็ช่วย แก้สภาวะให้และไล่ให้เขาไปเป็นเพื่อให้นซื้อของกับเพลงพิณ

ระหว่างออกมาด้วยกัน ทำให้ได้พูดคุยถึงสาเหตุที่เขาเป็นฝันร้ายในวัย เด็กของเพลงพิณ ทำให้รู้ว่าในวันนั้นเขาไม่ได้ตั้งมั่นที่จะรังแกหล่อนเลย มันเกิดจากพฤติกรรมของเด็กที่รู้สึกเก้อเขินเมื่อถูกจับได้ว่ามาแอบดู จึงเผลอผลักเด็กหญิงจนหัวไปกระแทกกับขอบกระถางจนหัวแตก และความ กลัวทำให้เขาขู่ว่าไม่ให้บอกใคร ไม่งั้นจะกลับมาฆ่าให้ตาย ทำให้เพลงพิณ เกิดความกลัวในตัวเขามาจนกระทั่งบัดนี้
ในขณะที่ความรู้สึกดีๆ และความสนิทสนมเริ่มมีมากขึ้น มีเหตุต้องสะดุด อีกทีเมื่อมาเจอบัวคลี่ที่ร้านขายของ คราวนี้บัวคลี่ถึงขนาดมากระซิบกับ เพลงพิณโดยที่สิบทิศไม่ได้ยินว่า สิบทิศเป็นของตน ใครจะมาแย่งไปไม่ได้ ทำให้ระหว่างทางกลับบ้านจึงมีความผิดปกติของเพลงพิณ จากที่พูดคุยก็ เงียบไปโดยที่สิบทิศก็ไม่เข้าใจ

เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าศิวาพาราเมศร์และมิ่งขวัญมานั่งรออยู่ ท่าม กลางความไม่พอใจของตายาย และปี่พาทย์ เมื่อราเมศร์แสดงท่าทีชอบพอ เพลงพิณอย่างเปิดเผย และนำน้ำหอมที่ซื้อจากฮ่องกงมาให้ แทนที่ตาจะ ตอบรับด้วยความยินดี กลับเมินเฉยและหันไปใส่ใจกับสิบทิศแทน ราเมศร์ จึงกลับไปอย่างโกรธแค้น รวมทั้งศิวาเองก็โกรธสิบทิศมากที่ทำให้เจ้านาย ของตนเสียหน้า

ระหว่างทางที่ทั้งสามคนนั่งรถกลับออกมาแล้วจะไปส่งมิ่งขวัญ ราเมศร์ ทำปากหวานกับมิ่งขวัญที่เข้าข้างตนเรื่องเพลงพิณ เขาให้น้ำหอมขวดเล็กๆ ที่ร้านน้ำหอมแถมมา แต่บอกกับมิ่งขวัญว่าเขาซื้อมาฝาก ทำให้มิ่งขวัญยินดี มาก และเริ่มเปิดเผยตัวเองออกมาว่าจริงๆ แล้วหล่อนแอบรักราเมศร์ แม้ฉาก หน้าจะทำเป็นเกื้อหนุน

เพลงพิณ แต่เป็นการทำด้วยจิตใจที่แอบอิจฉาเพื่อให้น เมื่อราเมศร์ให้ของฝากหล่อนจึงคิดไปว่าราเมศร์จะหันมาสนใจหล่อนแทน เพราะาเมศร์เอาชนะใจเพลงพิณไม่ได้

พอส่งมิ่งขวัญลงไปแล้ว ราเมศร์จึงมาไล่เบี้ยกับศิวาอย่างอารมณ์เสีย และศิวาก็ไม่กล้าบอกว่าสิบทิศคือน้องชายของตน เขาจึงกลับมาโวยวาย กับสิบทิศที่บ้าน เมื่อสุทินได้ยินเสียงสองพี่น้องสมุทราะกัน เขาก็เข้าข้างศิวา อีกตามเคย สิบทิศจึงเดินหนีออกจากบ้านไปเจอกับบัวคลี่ที่กลับมาจากทำ งาน ทั้งสองพูดคุยกันอย่างคนที่เข้าใจกันดี แล้วเมื่อบัวคลี่ถามถึงเพลินพิณ สิบทิศก็ยอมรับออกมาว่าตนเองนั้นมีความรู้สึกดีๆ กับเพลงพิณ ในขณะที่ใจ ก็ครุ่นคิดว่าเพลงพิณหรือจะยอมรับเขาที่มีชีวิตแบบขาดๆ วิ่นๆ อย่างนี้ได้

เจ้าสัวมั่วนิ่ม

พารณ ภูวนาทนลินรัตน์ (พงศกร โตสุวรรณ) ลูกชายคนเดียวของ เจ้าสัวสมภพ (มนตรี เจนอักษร) ผู้ก่อตั้ง ภูวนาทนลินกรุ๊ป เจ้าของธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตชั้นหนึ่งของเมืองไทย พารณถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจทำให้เขาเป็นคนที่ไม่เคยกลัวใคร และคิดเสมอว่า ทุกคนต้องกลัวกู โดยเฉพาะพวกที่มีฐานะต่ำต้อยกว่า ดังนั้นพารณจึงไม่ยอมจ่ายเงินค่าเสียหายก้อนใหญ่ตามที่เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางที่พารณขับรถแข่งกับคู่อริแล้วเสียหลักพุ่งชนเข้า เมื่อตกลงกันไม่ได้จนเกิดปากเสียงใหญ่โต พารณก็จบปัญหาด้วยการสั่งให้ ธวัช (ณัฐชนน ภูวนนท์) เพื่อให้นที่มีทุกอย่างให้ยกเว้นความจริงใจช่วยกันเล่นงานเจ้าของร้าน เพราะ สุธาสินี หรือ แน็ต (พัชญา เพียรเสมอ) นักออกแบบสวยมาห้ามไว้ และคุณก็ช่วยเป็นพยานให้เจ้าของร้านเอาเรื่องพารณให้ถึงที่สุด

พารณรู้จักกับแน็ตมาตั้งแต่เด็กเพราะครอบครัวรู้จักกัน แน็ตแอบหลงรักพี่พารณคนแสนดีที่คอยช่วยปลอบใจคุณในวัยเด็ก จนกระทั่งแน็ตรู้ว่าคำปลอบโยนแสนดีที่เขาพูดออกมานั้นเป็นเพียงคำลวงเพื่อให้ตัดความรำคาญ แน็ตรู้สึกผิดหวังในตัวพารณมากจึงความรักจึงเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง แน็ตจึงไม่ยอมแต่งงานกับเขาตามความปรารถนาของผู้ใหญ่ แม้รู้ว่าเงินของเขาจะช่วยกอบกู้ร้านจิวเวอร์รี่และช่วยให้ฐานะทางครอบครัวของคุณให้กลับมาร่ำรวยเหมือนเดิม แน็ตเชื่อว่าความสุขไม่ได้เกิดจากเงินทอง แต่ความสุขเกิดจากการที่เราสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่หวังพึ่งพาใคร ด้วยความคิดที่แตกต่างทำให้แน็ตกับ คุณมาลินี (วิยะดา โกมารกุล ณ นคร) แม่ของคุณจึงมีความคิดที่ขัดแย้งกันอยู่เสมอ เพราะคุณมาลินีอยากได้ว่าที่เจ้าสัวคนใหม่แห่งภูวนาทกรุ๊ปอย่างพารณเป็นลูกเขยใจแทบขาด ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าพารณแอบมีอะไร กับ เฟื่องรัตน์ (ประเสริฐานิษฐ์ คำกำพุด) หญิงสาววัยกระเต๊าะบุตรสาวของ คุณทิพย์ แม่บ้านเก่าแก่ประจำคฤหาสน์ เจ้าสัวรู้ดีเรื่องพารณกับเฟื่องรัตน์ แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ เพราะไม่อยากขัดใจลูกชาย และไม่กล้าไล่เฟื่องรัตน์ออกไปจากบ้าน เพราะเกรงใจคุณทิพย์

ปัญหาทุกเรื่องที่พารณสร้างไว้จะมี ประมุข (คมกฤษณ์ ดวงสุวรรณ์) คอยตามเก็บกวาดให้ ประมุขเป็นหลานชายแท้ ๆ ของเจ้าสัวสมภพที่เกิดจากน้องสาวใฝ่ต่ำที่ไปคว้าโจรมาเป็นสามี ประมุขจึงเกิดมาจากสลัมและมีเพื่อให้นชื่อ ก้องภพ (เรืองฤทธิ์ วิสมล) พ่อแม่ของประมุขก็ถูกโจรด้วยกันยิงตาย เจ้าสัวจึงรับอุปการะประมุขเพื่อให้หวังให้เป็นเพื่อให้นเล่นกันลูกชาย แต่ประมุขแปลงเป็นที่รองมือรองเท้าของพารณมาตั้งแต่เด็กจนโต ทุกคนรอบตัวรวมทั้งแน็ตต่างชื่นชมความกตัญญูที่ประมุขมีแต่ครอบครัวนี้ ทั้งที่ความจริงแล้ว…ภายใต้ใบหน้าหล่อซื่อคนดี ระมุขคือคนจิตใจเลวทราม เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ความปรารถนาตัวเอง และสิ่งที่เขากำลังคิดทำอยู่ในตอนนี้คือฆ่าพารณ

เหตุเพราะเจ้าสัวมีความคิดที่จะยกตำแหน่งประธานผู้ตัดสินบริษัทให้พารณ เจ้าสัวคิดว่าการที่มอบตำแหน่งใหญ่ให้พารณ อาจจะทำให้พารณมีความรับผิดชอบและรู้จักโตขึ้น ประกอบกับพารณดันรู้เรื่องเข้าว่าเขากับ แจ่มจันทร์ (ธัญสินี พรมสุทธิ์) เลขาฯ ส่วนตัวที่มีความเชื่อมโยงกับเขามากกว่าเจ้านายลูกน้องร่วมมือกันยักยอกเงินบริษัทมานานหลายปี ประมุขต้องรีบปิดปากพารณด้วยการหลอกพาพารณไปต่างจังหวัด แล้วให้ก้องภพจัดการซ้อมพารณอย่างหนักรวมทั้งตีหัวพารณหลายครั้งจนคิดว่าเขาตายแล้ว หลังจากนั้นก้องภพก็ถอดเสื้อผ้าของพารณออกหมดตลอดตัวเตรียมฝังดิน แต่มีคนส่งเสียงดังผ่านมาแถวนั้น ก้องภพจึงเปลี่ยนใจเผาร่างพารณกับกองเสื้อผ้าแล้วรีบหนีไปโดยไม่ทันได้ดูว่าผลงานชิ้นโบว์แดงของตนเองเป็นอย่างไร พารณหายตัวไปนานเกือบสัปดาห์ ก่อนที่ตำรวจจะติดต่อมาว่าพบมีคนไปพบพารณอยู่ในป่า ตอนนี้เขารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ข่าวนี้สร้างความตระหนกตกใจให้กับประมุขอย่างที่สุด เพราะถ้าพารณรอดปลอดภัยกลับมา คนที่จะซวยก็คือเขา ทว่าเหมือนโชคยังเข้าข้างประมุข เพราะพารณกลับเปลี่ยนเป็นคนความจำเสื่อม จำเรื่องราวของตัวเขาเองและจำใครไม่ได้เลย มิหนำซ้ำพารณยังกลับแปลงเป็นคนที่มีจิตใจดีขึ้นกว่าเดิมราวฟ้ากับก้นเหว แต่ประมุขก็มีความกลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้พารณแกล้งทำ ประมุขจึงหาทางพิสูจน์จนเขาเชื่อว่าพารณคนชาติชั่วไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

เมื่อพารณกลับมาอยู่ในคฤหาสน์ เขาก็เริ่มเรียนรู้สึกตัวตนของตนเองมากขึ้นจากสิ่งแวดล้อมและคำบอกเล่าของคนรอบข้าง รวมทั้งแน็ต แน็ตถูกเจ้าสัวขอร้องให้มาช่วยดูแลพารณชั่วคราว เพราะเจ้าสัวรู้ดีว่าแน็ตคือคนสำคัญของพารณ ความสุขใจเมื่อได้อยู่ใกล้แน็ตอาจจะทำให้พารณกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม แน็ตก็ยอมมาเพราะเห็นแก่คำว่ามนุษยธรรม แล้วพารณก็รู้ว่าเขาเคยเป็นคนนิสัยไม่ดีมาก ๆ และเคยสร้างความเดือดร้อนไว้กับคนอื่นไว้อย่างอย่างมาก อาทิเช่น ไล่พนักงานวัยชราที่โรงแรมออกเพราะลากกระเป๋าของแขกมาชนขาของเขา พนักงานคนนั้นเลยต้องจำใจไปจี้ปล้นเพื่อให้หาเงินมารักษาลูกที่ป่วยหนัก ดังนั้นพารณจึงไปพาลุงคนนั้นกลับเผ่านาทำงาน โดยได้รับความช่วยเหลือจากแน็ต ทำให้พารณค่อย ๆ แปลงเป็นที่รักของคนรอบตัว ขณะที่แน็ตก็เริ่มมองพารณในแง่ดีมากขึ้น ความใกล้ชิดสนิทสนมก่อเกิดความรักขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ

อาการอินเลิฟไม่รู้สึกตัวของแน็ตอยู่ในสายตาของประมุข ประมุขอยากรู้ว่าแน็ตเป็นอะไรจึงไปถามจาก มณียา (บารมิตา สาครจันทร์) วัยรุ่นสาวจอมขยันที่แน็ตรับเผ่านาช่วยงานทำสวนเป็นพาร์ทไทม์ ประมุขเคยรู้จากแน็ตว่ามณียาทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตเพราะต้องหาเงินไปรักษาพ่อที่ป่วยเป็นพิษสุราเรื้อรัง และรักษาพี่ชายนอนเจ็บเป็นเจ้าชายนิทรามานานหลายเดือน ประมุขจึงเอาเงินล่อให้มณียาช่วยเป็นสายสืบให้เขา มณียารับเงินไว้ แต่ไปฟ้องแน็ต ประมุขจึงไม่เคยได้ความจริงจากมณียาเลย พารณมองว่าเจ้าสัวชรามากแต่ยังต้องทำงานหนัก เขาเริ่มคิดทำงานอย่างจริงจัง จึงขอให้ คุณอาวันชัย (ปริยะ วิมลโนช) เลขาฯ ประจำตัวของเจ้าสัวสมภพเป็นผู้ช่วย และน่าแปลกมากที่พารณเรียนรู้งานได้อย่างเร็ว มิหนำซ้ำเขายังสามารถวาดแปลนออกแบบรีสอร์ตใหม่ของโรงแรมได้อย่างเป็นมืออาชีพทั้งที่เขาไม่เคยเรียนมา และทุกครั้งที่พารณจับปากกาวาดรูป…เขาชอบเห็นภาพตัวเองนั่งวาดรูปอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เห็นตัวเขาอยู่ท่ามกลางเด็กเล็กมอมแมมอย่างมาก แต่เขารู้ว่าตัวเขาเกลียดเด็กมาก แล้วภาพเหล่านั้นมันคืออะไร