ขุนเดช 8

ตกดึกขุนเดชจึงไปลากตัวเถรและเอาชะแลงของเถรมาที่กรุพระ แล้วให้เถรนำ ชะแลงไปเทียบกับรอยดินว่าเป็นชะแลงอันเดียวกันรึป่าว แต่เถรขัดขืนจึงต่อสู้กัน จนเถรยอมเอา ชะแลงไปเทียบกับรอยดิน พบว่าเป็นรอยเดียวกัน เถรรีบปฏิเสธ แล้วบอกว่าอาจจะมีคนขโมย ชะแลงของตนเองไปทำความผิดก็ได้ ขุนเดชจึงให้เถรสาบานโดย การเอามือล้วงเข้าไปในข้องปลา พร้อมกับสาบานว่าหากเอามือล้วงไปแล้วไม่เกิดอะไรขึ้นแสดงว่าไม่ได้ทำความผิด ซึ่งในข้องนั้นขุนเดชได้แอบเอางูเห่าใส่ไว้อยู่ พอเถรล้วงลงไปจึงโดนงูกัด แต่เถรแสร้งทำเป็นไม่มี อะไรเกิดขึ้น ขุนเดชจึงปล่อยตัวเถรไป ระหว่างทางพิษของงูออกฤทธิ์ เถรจึงหมดลมเสียชีวิต เพราะพิษงู รุ่งเช้าที่ร้านของคู่ผัวเมีย นายฮวด กับ สาลี่ ร้านกาแฟ ประจำหมู่บ้าน พวกชาว บ้านต่างพากันโจษจันพูดคุยกันถึงเรื่องการตายของไอ้เถร นายฮวด ถามจ่าแท่นที่เป็นลูกค้า ประจำของที่ร้าน เพราะชอบมาฟังพวกราษฎรคุยกัน ว่าคิดยังไงกับ การตายของไอ้เถร ซึ่งขุนเดชก็นั่งฟังอยู่ จ่าแท่นบอกก็แค่ว่าเถรถูกงูเห่ากัดตาย ขุนเดช บอกสมควรแล้วที่เป็น แบบนั้น ขุนเดชจ่ายเงินค่ากาแฟแล้วจะไปทำงานต่อ แต่จ่าแท่นรีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพ เจ้านายคนใหม่ที่พึ่งย้ายมาประจำที่โรงพักของศรีสัชฯ จ่าแท่นแนะนำ ร.ต.ท.ยงยุทธ หรือ หมวดยงยุทธที่พึ่งย้ายมาประจำอยู่ที่ศรีสัชฯให้ทุกคนได้รู้จัก ขุนเดชกับหมวดยงยุทธพบหน้า กันก็จำได้ดีว่าเป็นเพื่อให้นเก่าเพื่อให้นแก่กันนั่นเอง

วันคืนเก่าๆของหมวดยงยุทธกับขุนเดชกลายมาเป็นเรื่องคุยกันที่บ้านพักของหมวด ยงยุทธ ขุนเดชถามหมวดถึงดาราเพราะไม่ได้ข่าวเลยตั้งแต่ขุนเดชย้ายมาอยู่ที่ศรีสัชฯ ผู้หมวด อ้ำๆอึ้งๆหนักใจที่จะเอ๋ยถึงดารา บอกขุนเดชก็แค่ว่าดาราเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะโบราณคดี อย่างที่ฝันไว้ และตัวเองก็ไม่ได้พบกันนานแล้วเพราะต้องย้ายไปทำงานหลายจังหวัด ยงยุทธ ชวนขุนเดชวกกลับมาคุยเรื่องการตายของไอ้เถร เพราะเกิดความสงสัยว่าไม่น่าจะเกิดจากงูกัด จนเสียชีวิตเพียงอย่างเดียว เพราะว่าตอนไปชัณสูตรศพเห็นร่อยรอยการถูกตีด้วยของแข็งตามร่างกาย แต่ไม่รู้ว่าของแข็งนั้นคืออะไร จ่าแทนสงสัยถามย้อนว่าหมวดคิดว่านี่เป็นคดีฆาตกรรม หมวดยงยุทธตอบว่าค่อนข้างแน่ใจ แต่จ่าแท่นไม่คล้อยตามข้อสันนิษฐานของหมวดคิดว่าในศรีสัชฯไม่มีฆาตกร เพราะชื่อศรีสัชนาลัยหมายความว่าเป็นเมืองของคนดี ขุนเดชได้แต่ฟัง เงียบๆ ในขณะที่หมวด ยงยุทธสนใจดาบที่ขุนเดชพกอยู่ ขุนเดชบอกก็แค่ว่าเป็นดาบของพ่อที่ทิ้งไว้ให้ก่อนตาย หมวดยงยุทธต้องการจะขอดู ขุนเดชว่ามันเป็นเพียงแค่ดาบหักที่มีแต่สนิมใช้ขุดหญ้าดายหญ้ายังไม่ได้เลย

เพื่อนรักเพื่อนริษยา

อัปสรสวรรค์(วรนุช ภิรมย์ภักดี), อุไรวรรณ(คริส หอวัง) ,จริยา(ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา) 3 สาวเป็นเพื่อให้นรักกันเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่ความข้องเกี่ยวของอัปสรสวรรค์และอุไรวรรณคลอนแคลน เมื่อคุณหญิงเดือนเด่น(อรอนงค์ ปัญญาวงศ์)แม่ของอัปสรสวรรค์ใช้เส้นทำให้อัปสรสวรรค์คว้าทุน “นักศึกษาดีเด่น”ในปีการศึกษาสุดท้ายไปได้ เพียงเพื่อให้บุตรสาวจะได้มีโปรไฟล์งามๆ เหนือใคร ทั้งที่คนที่สมควรจะได้รับทุนการศึกษานั้น น่าจะเป็นอุไรวรรณ ซึ่งหมายมั่นกับเงินก้อนนี้อย่างมากเพราะมันชี้เป็นชี้ตายอนาคตของอุไรวรรณ อุไรวรรณเจ็บช้ำและโกรธแค้นเพื่อให้นรักอย่างอัปสรสวรรค์ ชนิดไม่มีวันยอมให้อภัย ท่ามกลางความลำบากใจของจริยาและปกรณ์ เพื่อให้นในกลุ่มที่เฝ้าอยากให้ความเกี่ยวพันของทุกคนกลับมาเหมือนเดิม

วันเวลาผ่านไป อัปสรสวรรค์ หรือ นางฟ้า เปลี่ยนเป็นว่าที่ซุปตาร์ ของสถานีโทรทัศน์ช่อง THE SUNตามความประสงค์ของคุณหญิงเดือนเด่น ทั้งอาศัยความสนิทสนมกับคุณราศี(ดวงตา ตุงคะมณี) เจ้าของสถานี ทั้งผลักทั้งดันเพราะอัปสรสวรรค์เองก็มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ ทั้งยังฮันนี่(ปรียาดา สิทธาไชย)ซุปตาร์ตัวแม่ของสถานี ก็ชักจะเหวี่ยงวีนเวอร์เกิน จนใครๆในสถานีเริ่มระอา การแจ้งเกิดของอัปสวรรค์จึงสร้างความไม่พอให้ฮันนี่อย่างมาก

ในงานประกาศรางวัลเพื่อให้คนสำราญใจ จู่ๆอัปสรสวรรค์ที่กำลังโชว์อยู่บนเวทีก็มีอันต้องแปลงเป็นนางฟ้าปีกหักเพราะสายสลิงที่เกี่ยวร่างอัปสรสวรรค์ให้ร่องลอยอยู่กลางอากาศดันขาดเอาดื้อๆ อัปสรสวรรค์ร่วงหล่นลงมาท่ามกลางความตกอกตกใจของทุกคนโดยเฉพาะปกรณ์ หรือ เป๋า(วฤธ หงสนันทน์) เพื่อให้นรักที่แอบรัก ‘นางฟ้า’ ของเขามาโดยตลอด และวันนี้ปกรณ์ที่ได้ทุนไปเรียนต่อด้านช่างภาพที่อังกฤษกลับมาเป็นตากล้องทีมข่าวรื่นเริงช่อง THE SUN เป๋ารีบพรวดขึ้นไปช่วยนางฟ้าขณะที่ อุไรวรรณ หรือ อุไร คนที่วันนี้เป็นนักข่าวหัดใหม่ของสถานีเล็กๆแห่งหนึ่ง ก็โดดพรวดขึ้นบนเวทีเช่นกัน เป๋าตะโกนบอกให้อุไรรีบโทร. เรียกรถพยาบาล เพื่อให้ช่วยนางฟ้า แต่อุไรกลับตัดสินใจใช้มือถือถ่ายคลิปอุบัติเหตุนี้ เพื่อให้ออกอากาศหวังจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ของตนเอง

ที่สวนอาหารแห่งหนึ่ง จริยา หรือ จิ๋ว รับจ็อบเป็นแด๊นเซอร์ตัวเล็กๆ แต่ฉายแสงจนไปเข้าตา ปราณ(ศรัณยู ประชากริช)โปรดิวเซอร์เพลย์บอยค่าย The Sun music ที่อยาก‘ดัน’ จิ๋วนำมากๆ ถึงกับคิดแผนล่อจิ๋วด้วยการชวนไปเป็นนักร้อง แต่ เมฆ(ศุภกิตต์ พึ่งพระเดช) เด็กชายหนุ่มร่วมสลัมเดียวกันเผ่านาขัดขวาง จนมีเรื่องชกต่อยกัน ปราณผูกใจเจ็บเมฆมากๆ

คู่วุ่นลุ้นแผนรัก 5

แล้วทริปแห่งความปั่นป่วนก็เริ่มขึ้น เมื่อขอจันทร์กับศิลาต้องมีอันไปติดเกาะด้วยกัน พายุเข้า เรือไม่มีจะกลับฝั่ง ด้วยความยากลำบากทำให้ศิลาและขอจันทร์เริ่มจะพูดจาดีๆต่อกัน จนขอจันทร์ได้รู้ว่าศิลาเป็นเจ้าของมืออันอบอุ่นที่ได้ช่วยคุณเอาไว้เมื่อสมัยเด็กตอนที่คุณแทบจะพลัดตกจากดาดฟ้า ขอจันทร์ถึงกับอึ้งไปอีกเมื่อรู้ว่าศิลาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เคยล้อคุณเรื่องดอกหน้าวัวและพยายามห้ามนทีและเดือนวารีทุกครั้งที่รังแกคุณกับตะวันฉายสองพี่น้อง และศิลายังจำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับคุณได้ ทำไมคุณไม่รู้มาก่อนและการที่คุณเป็นที่จดจำของใครบางคนนั่นก็ทำให้ขอจันทร์ได้เกิดความรู้สึกบางสิ่งบางอย่างขึ้นกับศิลา เช่นเดียวกับศิลาเมื่อได้อยู่กับขอจันทร์เพียงลำพังเขาจึงได้เห็นบางมุมของขอจันทร์ที่คุณไม่ใช่ยายตัวร้ายจอมคิดแผนอย่างที่เขาเห็นมาก่อน สภาวะยากลำบากต่างๆยิ่งทำให้ทั้งสองเริ่มเกิดความอบอุ่นในใจขึ้นอย่างแปลก
ณิชรันย์กับนทีร่วมมือกันออกตามหาทั้งสอง โดยไม่รู้เลยว่าระหว่างวันและเวลาที่นทีและณิชรันย์ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งสองต่างก็รู้สึกดีและแปลกใจที่ต่างเข้าใจกันและกัน จนทำให้ทั้งสองเกิดความรู้สึกบางสิ่งขึ้น
ข้างเดือนวารีก็ได้เป็นแฟนกับเชนตามแผนของตะวันฉาย และและจากนั้นก็ถึงเวลาเดือนวารีจะได้รับความเจ็บปวดกลับบ้าง แต่ระหว่างนั้นสาโรจน์ผู้เป็นพ่อได้เผ่านาพูดเตือนสติกับตะวันฉาย และยังบอกถึงคำพูดของศิลาที่ต้องการให้ตะวันฉายดูแลเดือนวารี ตะวันฉายจึงต้องถามใจตัวเองอีกที ในที่สุดตะวันฉายก็ไปขอร้องให้เชนเลิกคบกับเดือนวารี แต่เชนกลับปฏิเสธเพราะว่าคืนนี้เขากำลังจะจัดการยัดเยียดความเป็นเมียให้กับเดือนวารี เมื่อตะวันฉายรู้จึงได้ออกตามหาทั้งคู่จนมาพบ ตะวันฉายก็ได้เผ่านาช่วยเดือนวารีให้รอดพ้นเงื้อมมือของเชนไปได้ และจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ทั้งสองเริ่มเก%

ฉันทนาสามช่า 3

ไข่มุกเข้าไปทำงานที่โรงงาน ก็โดนพวกแอนกลั่นแกล้ง แก้วตาและติ๊งโหน่งคอยช่วย และมีแม่บ้านตุ่มร่วมเป็นพันธมิตร แต่นารียังไม่เปิดใจรับนารีเป็นเพื่อให้น..จนกระทั่งไข่มุกเห็น นิคม (เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์) พ่อเลี้ยงวัยชายหนุ่มเสเพลของนารีรังแก ประไพ (นาตยา จันทร์รุ่ง) แม่ของนารี ที่รักนิคมหักปักหัวปำ ไข่มุกเข้าไปช่วย และร่วมหาทางออกแก้ปัญหาให้นารี.. นารีจึงเปิดใจรับไข่มุกเป็นเพื่อให้น….ทุกคนสัญญาจะช่วยเหลือกัน ทำมาหากิน เพื่อให้สร้างชีวิตใหม่ให้ดียิ่งกว่านี้!!

ไข่มุกจะหาเงินไปใช้หนี้ เอาบ้านและที่นาคืน! พาครอบครัวกลับไปใช้ชีวิตที่อยุธยา!! นารีจะหาเงินก้อนให้นิคมออกไปจากชีวิตประไพ!! แก้วจะหาเงินก้อนส่งเสียน้องให้เรียนสูงๆ!! ส่วนติ๊งโหน่งอยากหาเงินเลี้ยงดูพ่อ…ทำให้พ่อภูมิใจในตัวคุณ ทุกคนร่วมกันดื่มน้ำสาบานจะเป็นเพื่อให้นรัก ช่วยกันชะชาช่าให้ชีวิตดียิ่งกว่านี้….และตั้งชื่อแก๊งนี้ว่า แก๊งฉันทนาสามช่า!

ธีรดล ยังคงลายเจ้ายก้หว่านเสน่ห์ไปทั่วโรงงาน รวมทั้งนารี…นารีเคลิ้มฝันว่าธีรดลจริงใจกับคุณ เขาจะทำให้ชีวิตคุณสุขสบาย… เหี่ยวคอยเตือนสติ แต่นารีไม่เชื่อ คิดว่าเหี่ยวกีดกันเพราะเหี่ยวชอบคุณ ไข่มุกก็ไม่ไว้ใจธีรดล เพราะบ่อยครั้งที่ธีรดลแอบขายขนมจีบไข่มุกด้วย..ไข่มุกและเพื่อให้นๆ คอยปรามนารี นารียิ้มรับคำแต่ก็ยังคบหาลับๆ กับธีรดล….

พวกแอนอยากทำลายแก๊งฉันทนาสามช่าให้แตกคอกัน จึงหยิบเรื่องธีรดลมาทำลายความเกี่ยวเนื่องของเพื่อให้น..สร้างสภาวะใส่ความไข่มุกจะแย่งธีรดล นารีโกรธไข่มุกมาก ประกาศตัดขาดความเป็นเพื่อให้น..แล้วไปร่วมแก๊งนางฟ้ากับแอน….พวกแอนพอใจที่แผนแรกสำเร็จ และคิดใช้แผน 2 กำจัดนารีเป็นรายต่อไป!!

เหี่ยวทนเห็นกลุ่มเพื่อให้นรักแตกคอกันไม่ได้ ขอร้องให้ชาตรีร่วมแผนเคลียร์ใจ ให้ชาตรี นัดไข่มุก ส่วนเหี่ยวไปหานารีแล้วพาทั้ง 2 มาเคลียร์ แต่ระหว่างนั้นมีชายฉกรรจ์จะขืนใจนารี พวกไข่มุกเข้าไปช่วยไว้ได้ เหตุการณ์ในคราวนี้ทำให้เพื่อให้นรักกลับมากอดคอกันได้อีกที และสาบานต่อหน้าครกตำมั่ว…จะรักกันประหนึ่งน้ำปลาร้าอยู่คู่ส้มตำ! โดยไม่มีใครรู้ว่าแอนเป็นคนจ้างชายโฉดไปขืนใจนารี หวังกำจัดนารีออกห่างธีรดล!!

แสงเทียน

‘แสงเทียน’ เป็นเรื่องราวของ ‘สิบทิศ’ หนึ่งในดาราหนังโขนพระราชทาน รับบทเป็น ‘ทศกัณฐ์’ และ ‘เพลงพิณ’ หญิงสาวซึ่งรับบทเป็น ‘นางสีดา’ ใครๆ ก็รู้ว่าทศกัณฐ์หลงรักนางสีดาข้างเดียว และนางมีใจรักมั่นต่อพระราม

สิบทิศผู้มีหน้าตาโหดร้าย ดุดัน และเป็นฝันร้ายของเพลงพิณมาตั้งแต่เด็ก จะเอาชนะคู่แข่งรูปหล่อ และเพอร์เฟ็กซ์ได้หรือเปล่า เขาควรทำอย่างไรจึงจะ คว้าหัวใจของผู้หญิงที่เป็นรักแรก และรักเดียวของตนตลอดมา

เพลงพิณ ผ่านการคัดเลือกให้ร่วมแสดงโขนพระราชทานในบทนาง สีดาอย่างเกินความคาดหมายด้วยความดีความชอบใจ เหตุเพราะคนที่ได้รับการคัดเลือกก่อนหน้าประสบอุบัติเหตุ แต่เพียงวันแรกที่เพลงพิณต้องซ้อมโขนร่วมกับสิบทิศ ซึ่งรับบทเป็นทศกัณฐ์หล่อนก็รำสะดุดจนต้องหยุดพักการซ้อมชั่วคราว หล่อนหลบไปยืนเครียดจนครูรัตนาเผ่านาพูดคุยจนหล่อนสามารถ กลับมาซ้อมจนผ่านไปได้ด้วยดี แม้สิบทิศจะรู้ดีว่าเพลงพิณไม่สามารถสบตา เขาได้เลย

แต่สัมพันธภาพระหว่างคนทั้งสองเริ่มดีขึ้น เมื่อคืนนั้นสิบทิศแอบติดตาม มาส่งเพลงพิณถึงบ้าน และในระหว่างทางได้ช่วยเหลือเพลงพิณจากพวกนักเลงขี้ยาจนปลอดภัย ทำให้เพลงพิณหายกลัวเขาไปบ้าง

สิบทิศกลับมาบ้านที่อยู่ในสลัมเดียวกับเพลงพิณ เขามีความรู้สึกเหมือน อยู่คนเดียวเสมอ แม้จะมีพ่อและพี่ชายอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน เพราะสุทินผู้เป็น พ่อไม่เคยเห็นชอบด้วยที่เขาจะมาเอาดีทางด้านการเรียนด้านนาฎศิลป์ ส่วน ศิวาผู้เป็นพี่ชายนั้นไปเรียนด้านการบริหารจึงเป็นที่รักของพ่อมากกว่าเขา

วันรุ่งขึ้นสิบทิศออกจากบ้านเพื่อให้ไปเรียนเขาพบเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ หล่อนยืนรอเขาเพื่อให้นำขนมมาให้เป็นการขอบคุณที่เขาได้ช่วยเหลือ สิบทิศ แสดงความไม่ใส่ใจอะไร แต่เพลงพิณกลับรู้สึกดีกับชายคนที่เป็นฝันร้ายใน ยามเป็นเด็กมากขึ้นเมื่อความคิดว่ามีเขาเป็นคนที่มีน้ำใจดีมากคนหนึ่ง ทำให้เพื่อให้น สนิทอย่างมิ่งขวัญไม่พอใจเพราะหล่อนกำลังเป็นแม่สื่อให้กับ ราเมศร์ ชายหนุ่ม หล่อ ร่ำรวย ที่มาติดพันเพลงพิณ เพราะคิดแทนเพื่อให้นว่าสาวสวยอย่างเพลง พิณน่าจะเลือกผู้ชายที่ดูดีมีพร้อมทุกอย่างเพื่อให้จะได้ถีบตัวเองให้พ้นจากบ้าน สลัมที่อาศัยอยู่ทุกวันนี้มากกว่าจะเลือกผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลย แถมอยู่ในสลัม เดียวกันอีกด้วย

แต่เพลงพิณกลับไม่ได้สนใจในตัวราเมศร์สักนิดหล่อนมีความหวาดระแวงในตัวผู้ชายเพราะมีพ่อที่เจ้ายก้ทำให้แม่ต้องร้องไห้ทุกวัน และในที่สุด ก็ต้องเลิกกัน แม่ไปมีครอบครัวใหม่ทิ้งให้หล่อนอยู่กับน้องชายเพียงลำพัง โดยมีตากับยายคอยดูแล เมื่อราเมศร์นำดอกไม้มาให้และชวนหล่อนไปทาน อาหาร เพลงพิณปฏิเสธเสมอท่ามกลางความไม่พอใจของมิ่งขวัญ

ในขณะที่เพลงพิณก็มีความสงสัยอยู่ในใจว่าผู้ชายอย่างสิบทิศที่ชอบทำหน้าตาบึ้งตึงอยู่เสมอนั้นจะมีความรักบ้างหรือเปล่า แล้วผู้หญิงของเขาจะ เป็นอย่างไร แล้ววันหนึ่งเพลงพิณก็ได้เจอกับบัวคลี่ที่แสดงความสนิทสนม กับสิบทิศจนเพลงพิณเข้าใจไปตลอดว่าบัวคลี่คือผู้หญิงของสิบทิศ โดยไม่รู้ ว่าจริงๆ แล้วบัวคลี่คือเพื่อให้นสนิทในวัยเด็กของสิบทิศที่มีผนังบ้านอยู่ติดกัน เพราะทั้งสองต่างเห็นอกเห็นอกเห็นใจกันในชีวิตความเป็นอยู่ที่เหมือนคลึงกัน คือ บัวคลี่ มีแม่เพียงคนเดียวที่ไม่เคยแสดงความรักให้กับลูก เหมือนสิบทิศที่ไม่ เคยได้รับความรักจากพ่อเลย

ความสนิทสนมของสิบทิศกับบัวคลี่ไม่ได้สร้างวามรู้ความเข้าใจผิดเพียงแค่ เพลงพิณเพียงแค่นั้นยังรวมไปถึงสุทิน พ่อของสิบทิศด้วย ทำให้สุทินชอบด่า ทอสิบทิศเสมอ โดยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วคนที่มีความเกี่ยวเนื่องลึกซึ้งกับบัวคลี่คือ ศิวา ลูกชายคนโปรดของตนเอง

เมื่อศิวามาคุยว่าได้เลื่อนตำแหน่ง ได้ขึ้นเงินเดือน ยิ่งทำให้สุทินหันมา กดดันสิบทิศหนักขึ้นจนเขาต้องเดินหนีออกจากบ้านมานั่งกินลูกชุบที่เพลง พิณนำมาให้ตั้งแต่เช้า พลางคิดคำนึงถึงหล่อนด้วยจิตใจอันลึกซึ้งและไม่ สามารถจะบอกกับใครได้

ราเมศร์พยายามมาตามตื๊อเพลงพิณถึงสถานที่ซ้อมโขน มิ่งขวัญแสดง ความตื่นเต้นอย่างอย่างมากในขณะที่เพลงพิณไม่รู้สึกอะไรนอกจากความ อึดอัดแค่นั้นเพลงพิณยกดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้กับมิ่งขวัญ หล่อนยืนอึ้ง จนทิม เด็กนักเรียนชายหนุ่มรุ่นน้องเผ่านาแซว มิ่งขวัญสะบัดผมอย่างไม่พอใจนัก ที่เขาเผ่านายุ่งเรื่องของหล่อน

คืนนั้นเพลงพิณเลิกซ้อมดึก เมื่อนั่งรถเมล์มาถึงบ้าน ก็พบว่าปี่พาทย์ น้องชายคนเดียวถูกพวกนักเลงไล่ตีมา หล่อนพยายามจะเข้าไปช่วยน้อง แต่สิบทิศกลับห้าม และเข้าไปช่วยเองจนพวกนักเลงหนีไป แต่ตัวเองก็โดน ตอบโต้จนหน้าตามีรอยฟกช้ำ เพลงพิณจึงพาเขาไปทำแผลที่บ้าน และเป็น นัดแรกที่เขาได้มีโอกาสเหยียบย่างเผ่านาในบ้านนี้ แม้จะเคยเฝ้าแอบมอง มานาน นั่นทำให้เพลงพิณเริ่มมีความรู้สึกดีๆ กับสิบทิศมากขึ้น รวมทั้งปี่พาทย์ก็อยาก สนิทสนมกับสิบทิศเพื่อให้ขอให้เขาช่วยสอนมวยให้ ใน ขณะที่ยายของเพลงพิณก็สอบถามและพูดคุยกับเขาเป็นอย่างดี

เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านก็โดนสุทินดุด่าโดยไม่สอบถาม เมื่อเห็นหน้าตา ที่มีรอยฟกช้ำของเขา ทำให้สิบทิศต้องออกจากบ้านอีกที เขารู้ว่าพ่อฝังใจ กับพฤติกรรมในวัยเด็กที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้หาเงินมาให้พ่อ เพราะ อยากให้พ่อรักเขาบ้าง เมื่อคิดว่าพ่อชอบเงิน เขาจึงหาวิธีหาเงินให้ได้ มากๆ โดยไม่รู้ว่าวิธีการจะถูกหรือผิด เขาไปเป็นเด็กเดินยาเสพติด จนกระทั่งหันมาเสพด้วย และก็งัดแงะบ้านคนอื่นเพื่อให้ขโมยของมาขาย แล้ว ก็ถูกจับได้ วันที่เขาเข้าไปนอนในคุกโดยไม่มีใครมาประกันตัว อยู่ๆ ก็มี ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขาไม่รู้จักมาประกันตัว และรับเขากลับบ้าน ระหว่างทาง คุณคนนั้นพูดจาโน้มน้าวให้เขากลับใจ และส่งเขาไปบำบัดจนหาย และได้ กลับมาเข้าเรียนในโรงเรียนนาฏศิลป์ ส่งเสริมให้เขาได้ฝึกโขน ท่ามกลาง ความไม่พอใจของพ่อตลอดมา

สิบทิศไปหยุดตัวเองอยู่หน้าบ้านครูรัตนา หญิงที่ช่วยดึงเขาขึ้นมาจาก จุดตกต่ำในชีวิต จนวันนี้เขาได้รับโอกาสที่ดีที่สุดเมื่อมีโอกาสได้เป็นหนึ่งใน ผู้แสดงโขนพระราชทาน ครูรัตนาพูดคุยปลอบใจจนเขายอมกลับมาบ้าน แล้วพบว่ามียาทาแผลขวดหนึ่งวางไว้ใกล้ๆ ที่นอนของเขา

วันรุ่งขึ้นสิบทิศเจอกับเพลงพิณที่ป้ายรถเมล์ และไปสถานที่ซ้อมโขน ด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันด้วยดีจนทำให้เพลงพิณลดความหวาดกลัวในตัว สิบทิศลงเรื่อยๆ เมื่อมาถึงสิบทิศพบศิวามายืนรอเพลงพิณพร้อมช่อดอกไม้ ของราเมศร์ สิบทิศจึงได้รู้ว่าศิวาทำงานเป็นลูกน้องของราเมศร์ แต่เขาทั้ง สองคนไม่ได้แสดงตัวให้คนอื่นได้รู้ว่าเขาเป็นพี่น้องกัน เมื่อเพลงพิณกับ มิ่งขวัญเดินจากไป ศิวาจึงทักทายและพูดขู่ไม่ให้สิบทิศเลิกยุ่งเกี่ยวกับเพลง พิณ โดยที่สิบทิศเองไม่ได้โต้ตอบ เพราะเขาเองก็รู้สึกตัวว่าเพลงพิณนั้นอยู่สูง เกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึงอยู่แล้ว

ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดเงียบๆ ทิมก็เผ่านาพูดจาทักทาย พร้อมกับ บอกเล่าให้ฟังจนสิบทิศรู้ว่าดอกไม้ที่ราเมศร์นำมาให้เพลงพิณนั้น หล่อนยก ให้มิ่งขวัญทุกครั้ง แล้วทิมก็แสดงความชื่นชมสิบทิศจนเขาเขิน ยิ่งเมื่อได้รู้ ว่าทิมผู้เป็นชายหนุ่มลูกครึ่งนั้นได้ร่วมแสดงโขนพระราชทานเป็นตัวลิง เขานึก ทึ่งว่าแม้แต่คนที่เป็นลูกครึ่งลูกเสี้ยวฝรั่งอย่างทิมก็มีความสนใจในศิลปะการ แสดงของไทยด้วย ทั้งสองพูดคุยกัน จนสิบทิศรู้สึกหึกเหิมในใจมากยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อมาคิดว่าเพลงพิณไม่มีช่อดอกไม้อยู่ในมือ หัวใจของสิบทิศก็รู้สึกชุ่ม ชื่น และมีพลังมากกว่าเดิม

คืนนั้นทั้งสองคนกลับบ้านพร้อมกันเหมือนเคย เพลงพิณเล่าถึงชีวิต ครอบครัวของตนเองที่พ่อแม่เลิกกัน ความสนิทสนมเพิ่มพูดขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วหลังจากนั้นก็มาสะดุดลงอีกเมื่อมาเจอบัวคลี่กำลังสมุทราะกับสามีคนหนึ่ง ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน สิบทิศจึงเข้าไปห้ามและลากบัวคลี่กลับบ้านท่ามกลางความสับสนคลางแคลงใจของเพลงพิณ

เมื่อสิบทิศกลับมาถึงบ้านเขาก็โดนสุทินดุด่าอีกเมื่อรู้ว่าเขาเพิ่งจะออกมา จากบ้านบัวคลี่ พร้อมกับประกาศว่าถ้าวันนึงทั้งสองลงเอยกัน เขาจะตัดพ่อ ตัดลูกทันที ซึ่งเสียงสมุทราะกันสองพ่อลูกก็ดังไปถึงหูของบัวคลี่ด้วย คืนนั้น ศิวาเมากลับมา บังคลี่จึงออกมาลากศิวาเข้าบ้านของตนเอง โดยไม่มีใคร รู้เห็น

เพลงพิณกลับมาถึงบ้านพบว่าน้องชายแอบไปสมัครเรียนอาชีวะ โดยจะทิ้งการเรียนนาฎศิลป์ ทำให้สองพี่น้องถกเถียงกันแล้ว ปี่พาทย์จึงจะ ออกจากบ้าน แต่กลับมาพบสิบทิศยืนอยู่หน้ารั้ว เขาพยายามจะพูดคุยกับ ปี่พาทย์ แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อปีพาทย์เดินหนีไป เพลงพิณจึงชวนเขาเข้าบ้าน เพื่อให้เอาขนมที่ยายฝากไว้ให้ เพลงพิณพูดคุยให้ฟังเรื่องปัญหาของน้องชาย ที่ไม่อยากเรียนนาฎศิลป์แล้ว ทำให้สิบทิศต้องมานึกย้อนถึงตัวเองที่เขาเอง ก็เคยลังเลในเรื่องนี้ ครั้งที่ครูรัตนาพยายามจะส่งเสริมเขาให้เอาดีทางด้าน นี้ เพื่อให้จะได้มีคนสืบทอดวัฒนธรรมอันดี และสมเจตนารมย์ของพระราชินีที่ พยายามฟื้นฟูและดำรงรักษาศิลปะของชาติเอาไว้ นั่นทำให้เขาเข้าใจจิตใจ ของปี่พาทย์และพูดปลอบใจเพลงพิณจนหล่อนรู้สึกดีขึ้น

วันรุ่งขึ้นไม่มีการซ้อมโขนทำให้สิบทิศไม่เจอเพลงพิณ แล้วเขาก็อดคิด ถึงหล่อนไม่ได้ จึงแวะซื้อโรตีมะตะบะเพื่อให้เป็นข้ออ้างไปหาเพลงพิณที่บ้าน พบว่าเพลงพิณกำลังจะออกไปซื้อของพอดี แต่ก็พาเขาเข้าบ้านก่อน คราวนี้ สิบทิศได้พบกับสมพงษ์ ตาของเพลงพิณด้วย เขาจึงโดนตาสมพงษ์มอง อย่างหวาดระแวงและสอบถามถึงเรื่องราวเก่าๆ ของเขาด้วย แต่ยายก็ช่วย แก้สภาวะให้และไล่ให้เขาไปเป็นเพื่อให้นซื้อของกับเพลงพิณ

ระหว่างออกมาด้วยกัน ทำให้ได้พูดคุยถึงสาเหตุที่เขาเป็นฝันร้ายในวัย เด็กของเพลงพิณ ทำให้รู้ว่าในวันนั้นเขาไม่ได้ตั้งมั่นที่จะรังแกหล่อนเลย มันเกิดจากพฤติกรรมของเด็กที่รู้สึกเก้อเขินเมื่อถูกจับได้ว่ามาแอบดู จึงเผลอผลักเด็กหญิงจนหัวไปกระแทกกับขอบกระถางจนหัวแตก และความ กลัวทำให้เขาขู่ว่าไม่ให้บอกใคร ไม่งั้นจะกลับมาฆ่าให้ตาย ทำให้เพลงพิณ เกิดความกลัวในตัวเขามาจนกระทั่งบัดนี้
ในขณะที่ความรู้สึกดีๆ และความสนิทสนมเริ่มมีมากขึ้น มีเหตุต้องสะดุด อีกทีเมื่อมาเจอบัวคลี่ที่ร้านขายของ คราวนี้บัวคลี่ถึงขนาดมากระซิบกับ เพลงพิณโดยที่สิบทิศไม่ได้ยินว่า สิบทิศเป็นของตน ใครจะมาแย่งไปไม่ได้ ทำให้ระหว่างทางกลับบ้านจึงมีความผิดปกติของเพลงพิณ จากที่พูดคุยก็ เงียบไปโดยที่สิบทิศก็ไม่เข้าใจ

เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าศิวาพาราเมศร์และมิ่งขวัญมานั่งรออยู่ ท่าม กลางความไม่พอใจของตายาย และปี่พาทย์ เมื่อราเมศร์แสดงท่าทีชอบพอ เพลงพิณอย่างเปิดเผย และนำน้ำหอมที่ซื้อจากฮ่องกงมาให้ แทนที่ตาจะ ตอบรับด้วยความยินดี กลับเมินเฉยและหันไปใส่ใจกับสิบทิศแทน ราเมศร์ จึงกลับไปอย่างโกรธแค้น รวมทั้งศิวาเองก็โกรธสิบทิศมากที่ทำให้เจ้านาย ของตนเสียหน้า

ระหว่างทางที่ทั้งสามคนนั่งรถกลับออกมาแล้วจะไปส่งมิ่งขวัญ ราเมศร์ ทำปากหวานกับมิ่งขวัญที่เข้าข้างตนเรื่องเพลงพิณ เขาให้น้ำหอมขวดเล็กๆ ที่ร้านน้ำหอมแถมมา แต่บอกกับมิ่งขวัญว่าเขาซื้อมาฝาก ทำให้มิ่งขวัญยินดี มาก และเริ่มเปิดเผยตัวเองออกมาว่าจริงๆ แล้วหล่อนแอบรักราเมศร์ แม้ฉาก หน้าจะทำเป็นเกื้อหนุน

เพลงพิณ แต่เป็นการทำด้วยจิตใจที่แอบอิจฉาเพื่อให้น เมื่อราเมศร์ให้ของฝากหล่อนจึงคิดไปว่าราเมศร์จะหันมาสนใจหล่อนแทน เพราะาเมศร์เอาชนะใจเพลงพิณไม่ได้

พอส่งมิ่งขวัญลงไปแล้ว ราเมศร์จึงมาไล่เบี้ยกับศิวาอย่างอารมณ์เสีย และศิวาก็ไม่กล้าบอกว่าสิบทิศคือน้องชายของตน เขาจึงกลับมาโวยวาย กับสิบทิศที่บ้าน เมื่อสุทินได้ยินเสียงสองพี่น้องสมุทราะกัน เขาก็เข้าข้างศิวา อีกตามเคย สิบทิศจึงเดินหนีออกจากบ้านไปเจอกับบัวคลี่ที่กลับมาจากทำ งาน ทั้งสองพูดคุยกันอย่างคนที่เข้าใจกันดี แล้วเมื่อบัวคลี่ถามถึงเพลินพิณ สิบทิศก็ยอมรับออกมาว่าตนเองนั้นมีความรู้สึกดีๆ กับเพลงพิณ ในขณะที่ใจ ก็ครุ่นคิดว่าเพลงพิณหรือจะยอมรับเขาที่มีชีวิตแบบขาดๆ วิ่นๆ อย่างนี้ได้

เจ้าสัวมั่วนิ่ม

พารณ ภูวนาทนลินรัตน์ (พงศกร โตสุวรรณ) ลูกชายคนเดียวของ เจ้าสัวสมภพ (มนตรี เจนอักษร) ผู้ก่อตั้ง ภูวนาทนลินกรุ๊ป เจ้าของธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตชั้นหนึ่งของเมืองไทย พารณถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจทำให้เขาเป็นคนที่ไม่เคยกลัวใคร และคิดเสมอว่า ทุกคนต้องกลัวกู โดยเฉพาะพวกที่มีฐานะต่ำต้อยกว่า ดังนั้นพารณจึงไม่ยอมจ่ายเงินค่าเสียหายก้อนใหญ่ตามที่เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางที่พารณขับรถแข่งกับคู่อริแล้วเสียหลักพุ่งชนเข้า เมื่อตกลงกันไม่ได้จนเกิดปากเสียงใหญ่โต พารณก็จบปัญหาด้วยการสั่งให้ ธวัช (ณัฐชนน ภูวนนท์) เพื่อให้นที่มีทุกอย่างให้ยกเว้นความจริงใจช่วยกันเล่นงานเจ้าของร้าน เพราะ สุธาสินี หรือ แน็ต (พัชญา เพียรเสมอ) นักออกแบบสวยมาห้ามไว้ และคุณก็ช่วยเป็นพยานให้เจ้าของร้านเอาเรื่องพารณให้ถึงที่สุด

พารณรู้จักกับแน็ตมาตั้งแต่เด็กเพราะครอบครัวรู้จักกัน แน็ตแอบหลงรักพี่พารณคนแสนดีที่คอยช่วยปลอบใจคุณในวัยเด็ก จนกระทั่งแน็ตรู้ว่าคำปลอบโยนแสนดีที่เขาพูดออกมานั้นเป็นเพียงคำลวงเพื่อให้ตัดความรำคาญ แน็ตรู้สึกผิดหวังในตัวพารณมากจึงความรักจึงเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง แน็ตจึงไม่ยอมแต่งงานกับเขาตามความปรารถนาของผู้ใหญ่ แม้รู้ว่าเงินของเขาจะช่วยกอบกู้ร้านจิวเวอร์รี่และช่วยให้ฐานะทางครอบครัวของคุณให้กลับมาร่ำรวยเหมือนเดิม แน็ตเชื่อว่าความสุขไม่ได้เกิดจากเงินทอง แต่ความสุขเกิดจากการที่เราสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่หวังพึ่งพาใคร ด้วยความคิดที่แตกต่างทำให้แน็ตกับ คุณมาลินี (วิยะดา โกมารกุล ณ นคร) แม่ของคุณจึงมีความคิดที่ขัดแย้งกันอยู่เสมอ เพราะคุณมาลินีอยากได้ว่าที่เจ้าสัวคนใหม่แห่งภูวนาทกรุ๊ปอย่างพารณเป็นลูกเขยใจแทบขาด ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าพารณแอบมีอะไร กับ เฟื่องรัตน์ (ประเสริฐานิษฐ์ คำกำพุด) หญิงสาววัยกระเต๊าะบุตรสาวของ คุณทิพย์ แม่บ้านเก่าแก่ประจำคฤหาสน์ เจ้าสัวรู้ดีเรื่องพารณกับเฟื่องรัตน์ แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ เพราะไม่อยากขัดใจลูกชาย และไม่กล้าไล่เฟื่องรัตน์ออกไปจากบ้าน เพราะเกรงใจคุณทิพย์

ปัญหาทุกเรื่องที่พารณสร้างไว้จะมี ประมุข (คมกฤษณ์ ดวงสุวรรณ์) คอยตามเก็บกวาดให้ ประมุขเป็นหลานชายแท้ ๆ ของเจ้าสัวสมภพที่เกิดจากน้องสาวใฝ่ต่ำที่ไปคว้าโจรมาเป็นสามี ประมุขจึงเกิดมาจากสลัมและมีเพื่อให้นชื่อ ก้องภพ (เรืองฤทธิ์ วิสมล) พ่อแม่ของประมุขก็ถูกโจรด้วยกันยิงตาย เจ้าสัวจึงรับอุปการะประมุขเพื่อให้หวังให้เป็นเพื่อให้นเล่นกันลูกชาย แต่ประมุขแปลงเป็นที่รองมือรองเท้าของพารณมาตั้งแต่เด็กจนโต ทุกคนรอบตัวรวมทั้งแน็ตต่างชื่นชมความกตัญญูที่ประมุขมีแต่ครอบครัวนี้ ทั้งที่ความจริงแล้ว…ภายใต้ใบหน้าหล่อซื่อคนดี ระมุขคือคนจิตใจเลวทราม เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ความปรารถนาตัวเอง และสิ่งที่เขากำลังคิดทำอยู่ในตอนนี้คือฆ่าพารณ

เหตุเพราะเจ้าสัวมีความคิดที่จะยกตำแหน่งประธานผู้ตัดสินบริษัทให้พารณ เจ้าสัวคิดว่าการที่มอบตำแหน่งใหญ่ให้พารณ อาจจะทำให้พารณมีความรับผิดชอบและรู้จักโตขึ้น ประกอบกับพารณดันรู้เรื่องเข้าว่าเขากับ แจ่มจันทร์ (ธัญสินี พรมสุทธิ์) เลขาฯ ส่วนตัวที่มีความเชื่อมโยงกับเขามากกว่าเจ้านายลูกน้องร่วมมือกันยักยอกเงินบริษัทมานานหลายปี ประมุขต้องรีบปิดปากพารณด้วยการหลอกพาพารณไปต่างจังหวัด แล้วให้ก้องภพจัดการซ้อมพารณอย่างหนักรวมทั้งตีหัวพารณหลายครั้งจนคิดว่าเขาตายแล้ว หลังจากนั้นก้องภพก็ถอดเสื้อผ้าของพารณออกหมดตลอดตัวเตรียมฝังดิน แต่มีคนส่งเสียงดังผ่านมาแถวนั้น ก้องภพจึงเปลี่ยนใจเผาร่างพารณกับกองเสื้อผ้าแล้วรีบหนีไปโดยไม่ทันได้ดูว่าผลงานชิ้นโบว์แดงของตนเองเป็นอย่างไร พารณหายตัวไปนานเกือบสัปดาห์ ก่อนที่ตำรวจจะติดต่อมาว่าพบมีคนไปพบพารณอยู่ในป่า ตอนนี้เขารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ข่าวนี้สร้างความตระหนกตกใจให้กับประมุขอย่างที่สุด เพราะถ้าพารณรอดปลอดภัยกลับมา คนที่จะซวยก็คือเขา ทว่าเหมือนโชคยังเข้าข้างประมุข เพราะพารณกลับเปลี่ยนเป็นคนความจำเสื่อม จำเรื่องราวของตัวเขาเองและจำใครไม่ได้เลย มิหนำซ้ำพารณยังกลับแปลงเป็นคนที่มีจิตใจดีขึ้นกว่าเดิมราวฟ้ากับก้นเหว แต่ประมุขก็มีความกลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้พารณแกล้งทำ ประมุขจึงหาทางพิสูจน์จนเขาเชื่อว่าพารณคนชาติชั่วไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

เมื่อพารณกลับมาอยู่ในคฤหาสน์ เขาก็เริ่มเรียนรู้สึกตัวตนของตนเองมากขึ้นจากสิ่งแวดล้อมและคำบอกเล่าของคนรอบข้าง รวมทั้งแน็ต แน็ตถูกเจ้าสัวขอร้องให้มาช่วยดูแลพารณชั่วคราว เพราะเจ้าสัวรู้ดีว่าแน็ตคือคนสำคัญของพารณ ความสุขใจเมื่อได้อยู่ใกล้แน็ตอาจจะทำให้พารณกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม แน็ตก็ยอมมาเพราะเห็นแก่คำว่ามนุษยธรรม แล้วพารณก็รู้ว่าเขาเคยเป็นคนนิสัยไม่ดีมาก ๆ และเคยสร้างความเดือดร้อนไว้กับคนอื่นไว้อย่างอย่างมาก อาทิเช่น ไล่พนักงานวัยชราที่โรงแรมออกเพราะลากกระเป๋าของแขกมาชนขาของเขา พนักงานคนนั้นเลยต้องจำใจไปจี้ปล้นเพื่อให้หาเงินมารักษาลูกที่ป่วยหนัก ดังนั้นพารณจึงไปพาลุงคนนั้นกลับเผ่านาทำงาน โดยได้รับความช่วยเหลือจากแน็ต ทำให้พารณค่อย ๆ แปลงเป็นที่รักของคนรอบตัว ขณะที่แน็ตก็เริ่มมองพารณในแง่ดีมากขึ้น ความใกล้ชิดสนิทสนมก่อเกิดความรักขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ

อาการอินเลิฟไม่รู้สึกตัวของแน็ตอยู่ในสายตาของประมุข ประมุขอยากรู้ว่าแน็ตเป็นอะไรจึงไปถามจาก มณียา (บารมิตา สาครจันทร์) วัยรุ่นสาวจอมขยันที่แน็ตรับเผ่านาช่วยงานทำสวนเป็นพาร์ทไทม์ ประมุขเคยรู้จากแน็ตว่ามณียาทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตเพราะต้องหาเงินไปรักษาพ่อที่ป่วยเป็นพิษสุราเรื้อรัง และรักษาพี่ชายนอนเจ็บเป็นเจ้าชายนิทรามานานหลายเดือน ประมุขจึงเอาเงินล่อให้มณียาช่วยเป็นสายสืบให้เขา มณียารับเงินไว้ แต่ไปฟ้องแน็ต ประมุขจึงไม่เคยได้ความจริงจากมณียาเลย พารณมองว่าเจ้าสัวชรามากแต่ยังต้องทำงานหนัก เขาเริ่มคิดทำงานอย่างจริงจัง จึงขอให้ คุณอาวันชัย (ปริยะ วิมลโนช) เลขาฯ ประจำตัวของเจ้าสัวสมภพเป็นผู้ช่วย และน่าแปลกมากที่พารณเรียนรู้งานได้อย่างเร็ว มิหนำซ้ำเขายังสามารถวาดแปลนออกแบบรีสอร์ตใหม่ของโรงแรมได้อย่างเป็นมืออาชีพทั้งที่เขาไม่เคยเรียนมา และทุกครั้งที่พารณจับปากกาวาดรูป…เขาชอบเห็นภาพตัวเองนั่งวาดรูปอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เห็นตัวเขาอยู่ท่ามกลางเด็กเล็กมอมแมมอย่างมาก แต่เขารู้ว่าตัวเขาเกลียดเด็กมาก แล้วภาพเหล่านั้นมันคืออะไร

คุณหนูครับ มีรักมาเสิร์ฟ (LADY CASTLE)

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับ ผลงานซีรีส์ชุด รักวุ่นวายของเจ้าชายกาแฟ (COFFEE PRINCE) และ เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา (PRINCESS HOURS) ช่อง 7 สี นำผลงานของนางเอกสาวแถวหน้าของเกาหลี ยุน อึนเฮ กลับมาให้แฟนคลับได้หายนึกถึงกันอีกทีกับซีรีส์แนว โรแมนติก คอเมดี คุณหนูครับ มีรักมาเสิร์ฟ (LADY CASTLE) ในบท คัง เฮนา คุณหนูไฮโซเอาแต่ใจ ที่ใช้ชีวิตเช่นเดียวกันกับเจ้าหญิง แต่ดันมีเหตุให้ต้องมาพัวพันกับพ่อบ้านชายหนุ่มโลโซผู้แสนดี ซอ ดงชัน ที่รับบทโดย ยุน ซังฮยอน ดาราหนังชื่อดังที่มีดีกรีเป็นถึงนายแบบและนักร้อง แถมยังมี ลี แทยุน ทนายชายหนุ่ม ผู้เพียบพร้อม รับบทโดย จอง อิววู ผู้แสดงชายหนุ่มหน้าใส เรื่องราวความรักวุ่นๆ ระหว่างสาวไฮโซจอมเหวี่ยงกับพ่อบ้านชายหนุ่มจอมป่วนจึงเกิดขึ้น พร้อมเสิร์ฟความสนุกให้คุณผู้ชมกันอีกรอบ ในโปรแกรมเด็ดภาคดึก ทุกคืนวันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 03.35 น. เริ่มตอนแรก วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม 2555 นี้ ทางช่อง 7 สี

เรื่องย่อ

คัง เฮนา คุณหนูไฮโซ ผู้สืบสกุลผู้สืบทอดธุรกิจแต่เพียงคนเดียวของคังซันกรุ๊ป พ่อแม่ของคุณเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือบินตก คุณถูกเลี้ยงดูโดยคุณปู่ที่เข้มงวด คุณมีทุกอย่างที่บริบูรณ์แบบ แต่มีนิสัยเอาแต่ใจ ไม่ยอมทำงาน เย่อหยิ่ง จนเป็นที่หนักใจของคุณปู่เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุบังเอิญ คัง เฮนา มีเรื่องสมุทราะกับ ซอ ดงชัน ชายชายหนุ่มโลโซที่มีฐานะไม่ค่อยจะดีนัก จากอุบัติเหตุบนถนน แต่เขาไม่ยอมลงให้กับนิสัยเอาแต่ใจของ คัง เฮนา เหมือนคนอื่น จึงทำให้เกิดเหตุจน คัง เฮนา ต้องบำเพ็ญประโยชน์เพื่อให้สังคมคุณจึงเจ็บแค้น ซอ ดงชัน มาก เมื่อได้พบเขาอีกที คุณจึงแกล้งเขาจนถูกตำรวจจับ ซอ ดงชัน จึงบุกมาอาละวาดคุณถึงบ้าน จนทำให้เขาได้พบกับคุณปู่ของ คัง เฮนา ท่านชอบใจที่ ซอ ดงชัน คิดจะดัดนิสัย คัง เฮนา จึงจ้าง ซอ ดงซัน มาเป็นพ่อบ้านแทนพ่อบ้านคนเก่าที่ออกไป

เฮนา ไม่พอใจที่ ดงชัน มาเป็นพ่อบ้านส่วนตัว คุณจึงแกล้งเขาสารพัดแต่ ดงชัน ก็เอาตัวรอดได้ทุกครั้ง วันหนึ่ง เฮนา ไปเที่ยวสนามม้าทำให้คุณได้พบกับ ลี แทยุน ชายชายหนุ่มที่เหมือนคนรักเก่าของคุณมาก ดงชัน ได้เห็นความอ่อนแอ และความน่าสงสารของ เฮนา จนตกหลุมรักคุณ ส่วน เฮนา กลับรู้สึกสนใจ แทยุน แล้ว เฮนา ก็มีโอกาสได้พบกับ แทยุน อีกรอบเมื่อเขานัดดูตัวกับคุณ แทยุน พยายามหาโอกาสพบกับคุณปู่ของ เฮนา เพื่อให้อ้อนวอนเรื่องโครงงานสนามกอล์ฟของคุณปู่ที่ไปบุกรุกแหล่งวัถตุโบราณ การได้พบกันโดยบังเอิญทำให้ คุณปู่ และ แทยุน สนใจกัน แต่คุณปู่กลับไม่ชอบ แทยุนนักเพราะเขาเป็นลูกชายของยูซังกรุ๊ปซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่ง

อึยจู เพื่อให้นสาวคนสนิทของ ดงชัน ทำงานให้คังซันกรุ๊ป และต้องคอยรับใช้ คังซูอา บุตรสาวของ ผอ.คัง อาของ เฮนา สองคนพ่อลูกคอยหาทางที่จะแย่งตำแหน่งผู้สืบสกุลคังซันกรุ๊ปไปจากเฮนา ซูอา แอบชอบ แทยุน คุณจึงใช้ อึยจู ให้คอยช่วยคุณจีบ แทยุน จนเป็นเหตุให้ อึยจู ได้พบกับ แทยุน บ่อย ๆ แต่ อึยจู กลับพยายามช่วยให้ แทยุน ลงเอยกับ เฮนา เพราะ อึยจู แอบชอบ ดงชัน และคิดว่า ดงชัน หลงรัก เฮนา ส่วน แทยุน เองก็รู้สึกถึงความเกี่ยวพันพิเศษระหว่าง เฮนา กับ ดงชัน เช่นกัน เพราะทั้งสองใกล้ชิดและห่วงใยกันไม่ต่างจากคนรัก ทำให้แทยุนหึงทั้งคู่อยู่บ่อย ๆ

ดงชัน พยายามปิดบังเจตนาที่แท้จริงเรื่องการเข้าไปทำงานที่บ้านของ เฮนา เพราะเหตุว่าในตอนแรกเขาต้องการใช้เสน่ห์หลอกเงิน เฮนา เพื่อให้มาใช้หนี้นอกSystemก้อนโต แต่แปลงเป็นว่าเขากลับหลงรักคุณเข้าจริงๆ แล้วคุณก็ไว้ใจเขาทุกอย่าง ทำให้เขารู้สึกผิดและตัดสินใจลาออกจากการเป็นพ่อบ้าน เฮนา เสียใจมาก แต่พอปู่ของ เฮนา ล้มป่วย ดงชัน จึงยอมกลับมาทำหน้าที่พ่อบ้านอีกที แต่การกลับมาคราวนี้ทำให้ เฮนา รู้ว่า ดงชัน เผ่านาทำงานเป็นพ่อบ้านเพราะต้องการหลอกเงินคุณ และเขายังเคยเป็นผู้ชายทำงานบาร์ คุณจึงผิดหวังในตัว ดงชัน มาก จนแสดงท่าทีเย็นชาใส่เขา จน อึยจู ต้องเล่าความจริงให้ เฮนา ฟังถึงความจำเป็นที่ ดงชัน ต้องทำเช่นนั้น เฮนา จึงเข้าใจและคืนดีกับ ดงชัน ในที่สุด

เพราะ อึยจู หึง เฮนา กับ ดงชัน คุณจึงบอกความลับเรื่อง ดงชัน หลงรัก เฮนา และเข้าไปหลอกเงิน เฮนา ให้ แทยุน รู้ ทำให้ แทยุน โกรธ และมีเรื่องชกต่อยกับ ดงชัน แทยุน พยายามเร่งวันเพื่อให้จะแต่งงานกับ เฮนา ให้เร็วขึ้นแต่ เฮนา กลับอึดอัดเพราะคุณเริ่มคิดว่าคุณหลงรัก ดงชัน เข้าให้แล้ว ดงชัน เลิกเป็นพ่อบ้านให้ เฮนา แล้วไปช่วยงานร้านดอกไม้ที่บ้านของ อึยจู อยู่มาวันหนึ่ง เฮนา ทำงานพลาดจนเกิดเหตุ ทำให้คุณปู่โกรธและไล่ออกจากบ้าน คุณไม่มีที่ไป คนแรกที่คุณนึกถึงคือ ดงชัน เขาจึงพา เฮนา มาอยู่บ้านด้วยและช่วยดูแลคุณตามคำขอร้องของคุณปู่ที่ตั้งมั่นไล่ เฮนา ออกจากบ้านเพื่อให้จะให้คุณได้เรียนรู้ชีวิต เผื่อวันข้างหน้าคุณปู่จากไป คุณจะได้ดูแลตัวเองได้ ซึ่งการออกมาใช้ชีวิตข้างนอกทำให้ เฮนา เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทำงานหาเงินเองได้ นิสัยเปลี่ยนไป รู้จักเห็นอกเห็นใจ เข้าใจคนอื่น และที่สำคัญคุณ และ ดงชัน เปิดใจรักกัน แต่โชคชะตากลับไม่เป็นใจเมื่อ เฮนา ได้รับอนุญาตจากคุณปู่ให้กลับบ้าน การแอบคบกันระหว่าง ดงชัน และ เฮนา จึงแปลงเป็นเรื่องยากและยากมากขึ้นเมื่อ ผอ.คัง อาของเฮนา ส่งคนตามถ่ายภาพความเกี่ยวเนื่องของสองคนและลงข่าวเสียหายว่า เฮนา หญิงสูงศักดิ์รักกับพ่อบ้านที่เคยทำงานบาร์ ทำให้ เฮนา พา ดงชัน หนีไป แต่ ดงชัน ก็พาคุณกลับมาพบคุณปู่ในที่สุด เพื่อให้ขออนุญาตให้พวกเขาคบกัน คุณปู่ต้องการสร้างภาพและกอบกู้ชื่อเสียงให้ เฮนา จึงยอมให้ทั้งสองคบกันก่อนจะคิดแผนพรากให้สองคนนั้นแยกจากกันในภายหลัง แต่คุณปู่มีอาการป่วยกำเริบเสียก่อน ทำให้ในที่สุด เฮนา ต้องเลิกกับ ดงชัน เพราะต้องดูแล คังซันกรุ๊ปตามคำสั่งคุณปู่ ….

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า ตอนที่ 6

ตอนที่แล้วจบลงตรงที่แทกิลรู้สึกตัวว่าหลงกลแทฮาเลยย้อนกลับมาที่โรงเตี๊ยม เมื่อคิดว่าม้าหายไปเขาก็เอาหูแนบพื้นเพื่อให้ฟังดูว่าแทฮามุ่งหน้าไปทางไหน พอรู้ว่าม้ากำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเขาก็ออกตามล่าทันที…

 

แทฮารู้ว่าถ้าขี่ม้าหลบหนีคงถูกกลุ่มแทกิลตามตัวได้ไม่ยาก เลยไล่ม้าให้วิ่งออกไปตัวเปล่าเพื่อให้หลอกให้แทกิลตามไปผิดทางอีกที จากนั้นเขาก็พาเฮวอนหลบหนีขึ้นไปบนภูเขาเพราะรู้ว่าผ่านเขาแล้วจะมีทางเชื่อมต่อไปยังจุดต่างๆ อย่างมาก ซึ่งจะทำให้ยากแก่การตามหา (ในตอนนี้แทฮาคว้ามือเฮวอนแล้วพาหนีขึ้นเขา โดยไม่ยื่นผ้าให้จับเหมือนตอนที่ผ่านมา แต่หนีไปได้สักพักเฮวอนก็รีบดึงมือออก แทฮาเลยหน้าเจื่อนไปครู่หนึ่ง)

หลังจากแทกิลย้อนกลับมาที่โรงเตี๊ยมเขาก็ก้มลงเอาหูแนบพื้นเพื่อให้ฟังเสียงฝีเท้าม้า ทำให้รู้ว่าม้ากำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก เขารีบออกติดตามม้าตัวดังกล่าวข้างต้นทันที พอเห็นม้าวิ่งมาตามลำพังเขาก็รู้สึกตัวว่าหลงกลแทฮาอีกที จึงส่งสัญญาณบอกเชและวังซอน

 

หลังล่อแทกิลให้ไปผิดทางแล้ว แทฮาก็บอกเฮวอนว่า ทั้งเขาและคุณกำลังถูกตามล่าด้วยกันทั้งคู่ (ก่อนหน้านี้แทฮาเคยบอกเฮวอนว่า คุณคือคนที่โดนตามล่า…ไม่ใช่เขา) เฮวอนสงสัยว่าทำไมถึงมีคนต้องการตัวแทฮา เลยถามว่าทำไมเขาต้องหลบหนี แทฮาบ่ายเบี่ยงด้วยการชวนให้รีบหนีต่อ แต่เฮวอนคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ แทฮาเลยตัดบทด้วยการเอ๋ยถึงแผนหลบหนีจากนั้นก็จับมือเฮวอน เฮวอนแสดงทีท่าขัดขืน (เพราะไม่อยากให้ถูกเนื้อต้องตัว และยังไม่ได้รับคำตอบ) แต่กลับถูกแทฮาฉุดข้อมือให้ลุกขึ้นเดิน

หลังโดนหลอก 2 ครั้งติดๆ แทกิลจึงตัดสินใจว่าจะไม่ออกไล่ล่าแทฮาบนภูเขา เชกลัวว่าถ้าปล่อยให้แทฮาหลุดไปได้คราวนี้จะยิ่งจับตัวยาก แต่แทกิลรู้ว่ายิ่งตามล่าตอนนี้จะยิ่งโดนหลอกให้เสียเวลา เลยบอกให้ทุกคนทานข้าวให้อิ่มก่อน เพราะทัพเดินได้ด้วยท้อง จากนั้นก็เรียกเจ้าของโรงเตี๊ยมมาดูรูปเฮวอนแล้วถามว่าเคยเห็นหน้าคุณไหม เมื่อเจ้าของโรงเตี๊ยมบอกว่าไม่เคยเห็น แทกิลก็ถามต่อว่ารู้จักผู้หญิงที่มีตำหนิรอบๆหน้าอกหรือเปล่า (ซึ่งเป็นการทำตามสัญญาว่าจะช่วยตามหาแม่ให้ซอลฮวา แต่ซอลฮวากลับมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก)

 

ระหว่างหลบหนีเฮวอนยังเพียรถามแทฮาว่าทำไมเขาถึงโดนตามล่า แทฮาตอบว่ามีคนตามล่าตัวเขาก็จริง แต่เขาไม่ได้กำลังหลบหนี เฮวอนไม่พอใจในคำตอบจึงพยายามคาดคั้น เมื่อถูกถามว่ากลุ่มคนที่กำลังไล่ล่าทั้งคู่เป็นใคร แทฮาจึงตอบว่าเป็นกลุ่ม “นักล่าทาส” เฮวอนอึ้งไปชั่วครู่แล้วพูดว่า นักล่าทาสไม่น่ามาตามจับตัวคุณ เพราะคุณ ‘ไม่ใช่ทาส’ ส่วนแทฮาเองก็ปฏิเสธว่า เขา ‘ไม่ใช่ทาส’ เหมือนกัน

* แม้ทั้งคู่ต่างปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้เป็นทาส แต่ความจริงเฮวอน คือ อดีตทาสสาวออนยอน ที่ใช้ชีวิตในฐานะคุณหนูเฮวอนมานานนับสิบปี (แต่ใจยังกลายเป็นทาสของอดีตที่เศร้าโศกสมัยเมื่อครั้งที่ยังเป็นทาส) ขณะที่แทฮานั้น อดีตเคยเป็นไท ต่อมาจึงถูกกลั่นแกล้งป้ายความผิดจนเปลี่ยนเป็นทาส (แต่ใจของเขาไม่เคยคิดและไม่มีวันยอมรับว่าตนเป็นทาสใคร)

เมื่อรู้ว่ากำลังถูกกลุ่มนักล่าทาสตามตัว เฮวอนจึงไม่ขอเดินทางร่วมกับแทฮาอีกต่อไป แทฮาไม่ยอมปล่อยให้คุณหนีไปตามลำพัง โดยอ้างว่า 1. เฮวอนไม่มีที่ไป (อย่างน้อยคุณก็น่าจะตามเขาไปที่เกาะชงจูก่อนแล้วค่อยแยกทางกัน) 2. คุณรู้ว่าเขากำลังจะมุ่งหน้าไปยังเกาะชงจู (แทฮารู้ว่ายังไงคุณก็ถูกจับแน่ และจะถูกทรมานอย่างหนักจนรับยอมรับว่าเขาอยู่ที่ไหน) เมื่อจำนนต่อเหตุผล เฮวอนจึงถามย้ำอีกทีว่าเขาเป็นทาสหลบหนีไหม แทฮาปฏิเสธหนักแน่นว่าไม่ใช่ เฮวอนจึงยอมหนีไปที่เกาะชงจูกับเขาก่อนแล้วค่อยทางใครทางมัน โดยบอกว่าเมื่อถึงเวลานั้นคุณจะไม่รับฟังข้ออ้างอะไรก็แล้วแต่จากเขาอีก

 

เมื่อมองว่าการตามรอยแทฮาไม่ใช่เรื่องง่าย กลุ่มแทกิลจึงพยายามสืบหาข้อมูลว่าแทฮากำลังมุ่งหน้าไปที่ใด พวกเขาตัดสินใจไปค้นข้อมูลเกี่ยวกับอดีตของแทฮาที่ห้องสมุดประจำท้องถิ่น เพื่อให้อ่านบันทึกหรือจดหมายเหตุของทางการ (ปกติแล้วจะมีแต่พวกบัณฑิตที่เผ่านายืมหนังสือ) และเพื่อให้ให้การค้นหาข้อมูลสะดวกขึ้น แทกิลและวังซอนจึงร่วมมือกันหลอกเจ้าหน้าที่ประจำห้องสมุดว่าเป็นคนของศาลไต่สวน ทั้งยังสั่งให้เขาคอยดูแลไม่ให้มีใครเผ่านารบกวน ซอลฮวาได้ทีเลยสั่งให้เขาหาอาหารว่างและน้ำชามาให้ แทกิลกลัวเสียแผนเลยแก้ต่างว่าคุณเป็น ‘ทาโม’ (เจ้าหน้าที่หญิงของโชซอนที่รับผิดชอบดูแลงานของผู้หญิง ในที่นี้อาจหมายความว่างานเสิร์ฟน้ำชาและอาหารว่าง)

อภินิหารแหวนครองพิภพ (The Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring)

อภินิหารแหวนครองพิภพ (อังกฤษ: The Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring) เป็นภาพยนตร์แนวมหากาพย์แฟนตาซีผจญภัย ฉายเมื่อปี ค.ศ. 2001 กำกับโดย ปีเตอร์ แจ็กสัน ดัดแปลงจากนวนิยายเล่มแรกของ เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกใน เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ไตรภาค ให้การสร้างโดย แบร์รี เอ็ม. ออสบอร์น, แจ็กสัน, ฟราน วอลช์และทิม แซนเดอร์ส เขียนบทโดย วอลช์, ฟิลิปปา โบเยนส์และแจ็กสัน ภาพยนตร์ประกอบด้วยผู้แสดงนำจำนวนมาก ได้แก่ เอไลจาห์ วูด, เอียน แม็กเคลเลน, ลิฟ ไทเลอร์, วิกโก มอร์เทนเซน, ฌอน แอสติน, เคต แบลนเชตต์, จอห์น ริส-เดวีส์, บิลลี บอยด์, โดมินิก โมนาแฮน, ออร์แลนโด บลูม, คริสโตเฟอร์ ลี, ฮิวโก วีฟวิง, ฌอน บีน, เอียน โฮล์มและแอนดี เซอร์กิส ภาพยนตร์ตามมาด้วย ศึกหอคอยคู่กู้พิภพ (2002) และ มหาสงครามชิงพิภพ (2003)

ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องใน มิดเดิลเอิร์ธ เล่าเรื่องราวของลอร์ดมืด เซารอน ผู้แสวงหา เอกธำมรงค์ แหวนนั้นได้พบหาทางไปสู่ฮอบบิทชายหนุ่ม ชื่อว่า โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ ชะตากรรมของมิดเดิลเอิร์ธนั้นแขวนอยู่กับโพรโดและเพื่อให้นร่วมทางอีกแปดคน (ผู้ร่วมกันก่อตั้งเป็น คณะพันธมิตรแห่งแหวน) พวกเขาเริ่มการเดินทางไปยัง เมาท์ดูม ในแดนของ มอร์ดอร์ ซึ่งที่เดียวที่แหวนสามารถถูกทำลาย

อภินิหารแหวนครองพิภพ ได้รับเงินทุนและจัดจำหน่ายโดย นิวไลน์ซินีมา บริษัทสัญชาติอเมริกา แต่ภาพยนตร์ถ่ายทำและตัดต่อทั้งหมดที่ นิวซีแลนด์ บ้านเกิดของแจ็กสัน ถ่ายทำพร้อมกันกับภาพยนตร์อีกสองเรื่องในไตรภาค ภาพยนตร์ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ โอเดียนเลสเตอร์สแควร์ ใน ลอนดอน ช่วงวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 2001 และฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐตอนวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 2001 และในนิวซีแลนด์ช่วงวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2001 ภาพยนตร์ได้รับการยกย่องอย่างมากจากนักวิจารณ์และแฟน ๆ พิจารณาว่าเป็นหลักสำคัญของการสร้างภาพยนตร์และความสำเร็จในภาพยนตร์แนวแฟนตาซี ภาพยนตร์ทำเงิน 887.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก ทำให้เป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดชั้นที่สองในปี ค.ศ. 2001 และเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลชั้นที่ห้า ณ ช่วงเวลาที่ฉาย[5]

อภินิหารแหวนครองพิภพ ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลที่สุดเท่าที่เคยมีมา ภาพยนตร์ได้รับรางวัลจำนวนมาก ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 74 ภาพยนตร์ได้รับการเสนอชื่อในสิบสามสาขา ได้แก่ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม, ผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ของ แม็กเคลเลน, กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม, ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, เพลงต้นฉบับยอดเยี่ยม ของ “เมย์อิตบี” และ เสียงยอดเยี่ยม, ชนะเลิศสี่รางวัล ได้แก่ กำกับภาพยอดเยี่ยม, แต่งหน้าทาปากยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยมและเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม

ในยุคที่สองของมิดเดิลเอิร์ธ ลอร์ดแห่งเอลฟ์, คนแคระและมนุษย์ ได้รับแหวนแห่งอำนาจ โดยพวกเขาไม่รู้ว่า เซารอนได้หลอมเอกธำมรงค์ในเมาท์ดูม ได้ใส่พลังอำนาจของเขาเกือบทั้งหมดลงไปในแหวน เพื่อให้ให้เขามีอำนาจครอบงำแหวนวงอื่น ๆ และจะได้พิชิตมิดเดิลเอิร์ธ พันธมิตรสุดท้ายของมนุษย์และเอลฟ์ ต่อสู้กับกองกำลังของเซารอนใน มอร์ดอร์ อิซิลดูร์แห่งกอนดอร์ ตัดนิ้วของเซารอนที่สวมแหวน ทำให้ร่างกายของเขาถูกทำลาย ยุคที่สามของมิดเดิลเอิร์ธเริ่มหลังเซารอนพ่ายแพ้นัดแรก อิซิลดูร์ ผู้เก็บที่แหวนของเซารอนไว้เป็นของตนเอง อิทธิพลของแหวนเริ่มครอบงำจิตใจของเขา ต่อมา เขาถูกฆ่าโดย ออร์ก และแหวนสูญหายไปในแม่น้ำตรงเวลา 2,500 ปี จนกระทั่งถูกพบและครอบครองโดย กอลลัม ด้วยอิทธิพลของแหวน ทำให้เขามีอายุ 500 ปี ต่อมา แหวนถูกพบโดยฮอบบิท ชื่อ บิลโบ แบ๊กกิ้นส์ โดยที่เขาไม่รู้ประวัติของมัน

หกสิบปีต่อมา บิลโบฉลองวันเกิดครบรอบ 111 ปี ของเขาใน ไชร์ และได้พบกับเพื่อให้นเก่าของเขา แกนดัล์ฟ พ่อมดเทา อีกรอบ บิลโบเปิดเผยว่าเขาตั้งมั่นจะออกจากไชร์ เพื่อให้ไปผจญภัยครั้งสุดท้าย เขาทิ้งมรดกของเขา รวมทั้ง แหวน ให้กับหลานชายของเขา โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ แกนดัล์ฟสืบสวนที่มาแหวน จนศึกษาและทำการค้นพบความจริงของแหวนและรู้ข่าวว่ากอลลัมถูกจับกุมและถูกทรมานโดยออร์กของเซารอน กอลลัมพูดสองคำระหว่างที่เขาถูกทรมาน: “ไชร์” และ “แบ๊กกิ้นส์” แกนดัล์ฟกลับมาและเตือนโฟรโดให้ออกจากไชร์ ในขณะที่โฟรโดและ แซมไวส์ แกมจี เพื่อให้นและคนสวนของเขากำลังเดินทาง แกนดัล์ฟเดินทางไป ไอเซนการ์ด เพื่อให้พบกับ ซารูมาน พ่อมดขาว แต่รู้ว่าเขาได้ร่วมกองกำลังกับเซารอน เขาได้ส่ง นาซกูล ทาสรับใช้ที่ไม่ตายเก้าตนไปตามหาโฟรโด

โฟรโดกับแซม พบกับปิบปินกับแมร์รี เพื่อให้นฮอบบิทของพวกเขา ทั้งสี่คนหลบหนีนาซกูลก่อนที่จะเดินทางมาถึง บรี ที่ซึ่งแกนดัล์ฟได้นัดพบ อย่างไรก็ตาม แกนดัล์ฟ ไม่มาตามนัด เพราะเหตุว่าเขาถูกจับคุมขังโดยซารูมาน เหล่าฮอบบิทได้การช่วยเหลือจากผู้พิทักษ์ไพร ชื่อว่า สไตรเดอร์ โดยเขาสัญญาว่าจะพาพวกเขาไปยัง ริเวนเดลล์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาถูกดักซุ่มโจมตีโดยนาซกูลบนเวเทอร์ท็อป และ วิชคิง ผู้นำของเหล่านาซกูล แทงโฟรโดด้วยดาบมอร์กูล อาร์เวน เอลฟ์และคู่หมั้นของสไตรเดอร์ ช่วยเหลือโฟรโดและเรียกน้ำท่วมเพื่อให้กวาดเหล่านาซกูลออกไป อาร์เวนพาโฟรโดไปริเวนเดลล์และเขาได้รับการรักษา โฟรโดพบกับแกนดัล์ฟ โดยเขาหลบหนีจากไอเซนการ์ดสำเร็จ ด้วยความช่วยเหลือจาก ไกวเฮียร์ พญาอินทรี คืนนั้น สไตรเดอร์พบกับอาร์เวนอีกรอบ และพวกเขาการันตีความรักที่มีต่อกัน ลอร์ด เอลรอนด์ พ่อของอาร์เวน จัดการสัมมนาขึ้นและตัดสินว่าแหวนต้องถูกทำลายในเมาท์ดูม โฟรโดอาสาเป็นคนถือแหวน โดยร่วมเดินทางกับ แกนดัล์ฟ, แซม, แมร์รี, ปิบปิน, เอลฟ์ เลโกลัส, คนแคระ กิมลี, โบโรเมียร์และสไตรเดอร์ ซึ่งแท้จริงแล้ว เขาคือ อารากอร์น ผู้สืบสกุลแห่งอิซิลดูร์และกษัตริย์โดยชอบธรรมแห่งกอนดอร์ บิลโบซึ่งตอนนี้พักอยู่ที่ริเวนเดลล์ ได้ให้ สติง ดาบของเขากับโฟรโด

คณะพันธมิตรแห่งแหวน ออกเดินทางผ่านภูเขาคาราดราส แต่ซารูมานได้เรียกพายุ บังคับให้เหล่าคณะพันธมิตร ต้องเดินทางผ่านเหมืองแห่งมอเรีย หลังพบว่าเหล่าคนแคระแห่งมอเรียถูกฆ่าทั้งหมด คณะพันธมิตรถูกโจมตีโดยออร์กและโทรลถ้ำ พวกเขาต่อสู้และหลบหนีไปได้ แต่เผชิญหน้ากับ หายนะแห่งดูริน, บัลร็อกซึ่งอาศัยอยู่ในเหมือง แกนดัล์ฟทำให้บัลร็อกตกลงไปในเหวอันกว้างใหญ่ แต่มันก็ลากเขาลงไปในความมืดด้วย คณะพันธมิตรเดินทางมาถึง ลอธลอริเอน ปกครองโดยราชินีเอลฟ์ กาลาเดรียล และสามีของคุณ เคเลบอร์น กาลาเดรียลบอกโฟรโดเป็นการส่วนตัวว่า มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถทำภารกิจนี้สำเร็จและหนึ่งในเพื่อให้นของเขาจะพยายามแย่งแหวน ขณะเดียวกัน ซารูมานได้สร้างกองกำลัง อูรุก-ไฮ เพื่อให้ตามล่าและฆ่าคณะพันธมิตร

คณะพันธมิตรเดินทางโดยแม่น้ำไปยัง พาร์ท กาเลน โฟรโดเดินออกไปจากกลุ่มและเผชิญหน้ากับโบโรเมียร์ที่พยายามจะแย่งชิงแหวน คณะพันธมิตรถูกซุ่มโจมตีโดยอูรุก-ไฮ แมร์รีกับปิบปินถูกจับ โบโรเมียร์ถูกรังแกบาดเจ็บสาหัสโดย เลิร์ตซ์ หัวหน้าอูรุก-ไฮ เมื่ออารากอร์นมาถึง เขาฆ่าเลิร์ตซ์และดูโบโรเมียร์เสียชีวิต โฟรโดตัดสินใจเดินทางไปมอร์ดอร์คนเดียว เพราะกลัวว่าแหวนจะครอบงำเพื่อให้นของเขา แต่อนุญาตให้แซมติดตามไปกับเขาด้วย หลังได้ยินสัญญาของแซมเคยให้ไว้กับแกนดัล์ฟ อารากอร์น, เลโกลัสและกิมลี ตัดสินใจไปช่วยเหลือแมร์รีกับปิบปิน

เรื่องBlood The Last Vampire ตอนที่4

Kamui (2009) (ถ่ายทำเสร็จแล้ว)
Blood the Last Vampire (2008)
Always: Sunset on Third Street 2 (2007)
Kitaro (2007)
Genghis Khan: To the Ends of the Earth and Sea (2007)
Always: Sunset on Third Street (2005)
The Last Samurai (2003)
Pulse (2001)
ยาซูอากิ คูราตะ เกิดในปี 1946 โดยมีผลงานทางภาพยนตร์เรื่องแรกในปี 1970 คือเรื่อง Angry Guest อันเป็นภาพยนตร์แอ็กชั่นบู๊ดุเดือดสัญชาติฮ่องกงซึ่งต้องใช้ตัวแสดงเสี่ยงตายแทนอย่างมาก เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งดาราบู๊กังฟูผู้มีชื่อเป็นที่รู้จักทั่วเอเชียในเวลาเดียวกันกับ บรูซ ลี จนในที่สุดดาราหนังทั้งสองก็ผูกมิตรไมตรีแปลงเป็นเพื่อให้นสนิทกัน ครั้งหนึ่งคูราตะให้กระบองคู่เป็นของขวัญแก่ บรูซ ลี ซึ่งลีนำมาใช้แสดงในภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง กระทั่งอาวุธนี้เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก
จวบจนปัจจุบัน คูราตะแสดงภาพยนตร์เอเชียมาแล้วกว่า 100 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ กระทั่งเขาแปลงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในฉายา “มังกรแห่งแดนอาทิตย์อุทัย” หรือ Japanese Dragon
ผู้สร้างภาพยนตร์
คริส นาอง – ผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์
คริส นาอง คือผู้กำกับมิวสิกวิดีโอและโฆษณาชาวฝรั่งเศสซึ่งน่าจับตามองเป็นเป็นอย่างมาก เขาเกิดใน ซัวซี ซูส์ มองโมรองซี ฝรั่งเศส และออกจากบ้านมาตั้งแต่อายุ 15 ปี เพื่อให้เรียนในโรงเรียนศิลปะที่ปารีส ต่อเมื่ออายุ 19 ปี นาองมีผลงานเรื่องแรกในชีวิตเป็นหนังสั้นถ่ายทำด้วยฟิล์มขนาด 35 มม. สองปีต่อมาจึงสร้างสรรค์หนังสั้นเรื่องที่สองขึ้น
พออายุ 25 ปี นาองก็ก่อตั้งบริษัทสร้างภาพยนตร์ของตนขึ้นมาในชื่อ V.A.M.O.S. โดยเขารับหน้าที่คุมงานสร้างพร้อมด้วยกำกับเอง ทั้งโฆษณา มิวสิกวิดีโอ และหนังสั้น หลังจากนั้น V.A.M.O.S. เน้นไปที่กระบวนการหลังการถ่ายทำเสร็จสิ้นเสียเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ตัวนาองเองก็ยังคงสานต่องานด้านกำกับให้กับบริษัทสร้างภาพยนตร์อื่นๆ
จวบจนอายุ 30 ปี นาองจึงเริ่มหันเหมาสู่การเขียนบทภาพยนตร์ รวมทั้งชะลอกิจการภายในบริษัทตัวเองไว้ก่อน หลังจากเสร็จสิ้นงานกำกับหนังสั้นอีกเรื่องหนึ่ง ก็ตัดสินใจทุ่มเทเรี่ยวแรงทั้งหมดให้กับการกำกับภาพยนตร์เรื่องยาว ต่อมาไม่นานนัก ลุค เบซซง ก็เรียกตัวไปกำกับ Kiss of the Dragon นอกจากนี้ เขาเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Skate or Die เสร็จสิ้นในปี 2006 ถ่ายทำในปี 2007 และออกฉายในฝรั่งเศสช่วงเดือนมิถุนายนปี 2008
รายนามผลงานที่เขากำกับฯ
Chasing the Dragon (2009)
Blood the Last Vampire (2008)
Empire of Wolves (2005)
Kiss of the Dragon (2001)